TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “My Stubborn Special Episode” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
I'm Old Enough!
ทรูวิชั่นส์ • 18 ชั่วโมงที่แล้ว
ดู
Dear X
ทรูวิชั่นส์ • 8 ก.พ. 69
ดู
‘Reply High School’ TrueVisions EXCLUSIVE INTERVIEW with SMTR25
ทรูวิชั่นส์ • 18 ชั่วโมงที่แล้ว
ดู
เธอพิเศษใส่ไข่
ทรูวิชั่นส์ • 3 มี.ค. 69
ดู
Unusual Weddings
ทรูวิชั่นส์ • 9 ก.พ. 69
ดู
Love Deeply!
ทรูวิชั่นส์ • 18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่าน
ดูอนิเมะ Fate/strange Fake ตอนที่ 9 เหล่าเซอร์แวนท์เปิดศึกหมายหัวสึบากิ
ดูอนิเมะออนไลน์ Fate/strange Fake เฟท/สเตรนจ์ เฟค ตอนที่ 9 สถานการณ์ในเมืองทวีความตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อแฟลตตัดสินใจแทรกซึมเข้ากรมตำรวจเพื่อส่งข่าวสำคัญให้ออร์แลนโดทราบถึงต้นตอของหมอกปริศนา นำไปสู่การวางแผนช่วยเหลือคุรุโอกะ สึบากิ เด็กสาวผู้เป็นกุญแจสำคัญในการอัญเชิญหมอกดำ โดยมีฮันซ่าและแฟลตจับคู่ทำงานร่วมกันได้อย่างเข้าขาอย่างไม่น่าเชื่อ ขณะเดียวกัน อายากะและเซเบอร์เริ่มถูกหน่วยพิเศษจับตาดูทุกฝีก้าว ส่วนซิกม่าที่ถูกแอสซาซินตามล่าก็ใช้กลลวงอันเหนือชั้นเอาตัวรอดมาได้สำเร็จ แต่กระนั้น หมากกระดานนี้ยังคงอันตราย เมื่อฟัลเดอุสเริ่มขยับตัวเจรจากับแอสซาซินอีกตนหนึ่ง เพื่อเตรียมกำจัดเสี้ยนหนามที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ติดตามชมอนิเมะ Fate/strange Fake อัปเดตตอนใหม่ทุกวันเสาร์เวลาประมาณ 23.00 น. ที่ ทรูไอดี ดูอนิเมะ Fate/strange Fake ตอนที่ 9 เรื่องราวในตอนที่ 9เหล่ายอดฝีมือ 28 อสูร ต่างรวมตัวกันที่หน้าโรงพยาบาลโดยมีเป้าหมายเดียวคือการปกป้องสึบากิ ทว่าความตึงเครียดก็พุ่งคุกรุ่นถึงขีดสุด เมื่อทรู อาเชอร์ ปรากฏตัวขึ้นบนหลังสุนัขยักษ์ที่ดูน่าเกรงขาม ในฐานะศัตรูผู้โหดเหี้ยมแห่งสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ ทรู อาเชอร์ รุกคืบเข้ามาด้วยเจตจำนงสังหารที่หมายจะปลิดชีพสึบากิให้สิ้นซาก ทำให้กองกำลังตำรวจและเหล่าเบอร์เซิร์กเกอร์ต้องรวมพลังกันเข้าปะทะเพื่อหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ ราวกับถูกดึงดูดด้วยกลิ่นอายของการทำลายล้าง เหล่าเซอร์แวนท์คนอื่น ๆ ต่างเริ่มมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย บัดนี้สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ ณ เมืองสโนว์ฟิลด์ ได้ถลำลึกเข้าสู่ความโกลาหลที่ไม่มีใครคาดคิด และยากเกินกว่าจะควบคุมเสียแล้ว
Anime • 28 ก.พ. 69
อ่าน
"ป๋อ ณัฐวุฒิ" เล่านาทีใจพัง จับมือภรรยา "เอ๋ พรทิพย์" ฝ่าทุกดรามา ท้อจนพักยูทูบ
กระแสแรงทุกอีพี สำหรับรายการพอดแคสต์ "ดวงใจ STORY" ครั้งนี้ "แป๋ว ดวงใจ สอาดจิตต์" ขอพาไปล้วงลึกทุกมุมชีวิตของคนคุ้นเคย พระเอกลุคเข้ม "ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ" แบบหมดเปลือก ตั้งแต่เส้นทางในวงการ ความรักที่มั่นคงยาวนานกว่า 20 ปี กับ "เอ๋ พรทิพย์ สกิดใจ" ไปจนถึงช่วงเวลาที่หนักที่สุดในชีวิต "ป๋อ ณัฐวุฒิ" เล่านาทีใจพัง จับมือภรรยา "เอ๋ พรทิพย์" ฝ่าทุกดรามา ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD "ป๋อ ณัฐวุฒิ" ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ในอดีตเคยเป็นคนเจ้าชู้และใช้ชีวิตล่องลอย จนกระทั่งได้เจอ "เอ๋ พรทิพย์" ที่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาด "ต้องบอกว่าเมื่อก่อน ตอนก่อนจะคบกับเอ๋คือเจ้าชู้มาก เจ้าชู้จนแบบว่าทำไมชีวิตเราล่องลอยมาก เรามีทุกอย่างที่เราอยากมีแล้วนะ สิ่งเดียวที่ไม่มีคือคนรู้ใจที่จะระบายความทุกข์เรื่องส่วนตัว พอเริ่มคิดได้แบบนั้น เลยเดินหน้าจีบเอ๋เราคบกันก่อนที่จะแต่งงาน 8 ปี ตอนนี้แต่งงานมาแล้วอีก 12 ปี รวมแล้ว 20 ปี" แต่ชีวิตคู่ต้องเจอบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อวันที่รู้ว่า เอ๋ ป่วยเป็นมะเร็ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ป๋อบอกว่า "หนักที่สุดในชีวิต" แม้จะโชคดีที่ตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและสามารถรักษาได้ทัน แต่ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะภาพที่เอ๋ร้องไห้หลังทราบผลวินิจฉัย ทำให้เขาตัดสินใจเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้ครอบครัว ป๋อ เล่าต่อว่าป๋อ : พอวันที่รู้ว่าเอ๋ป่วย วันนั้นเรียกว่าหนักที่สุด ตอนนั้นไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวเรา แต่เราเจอมันเร็วมากเพิ่งระยะหนึ่งของโรค นั่นหมายความว่าโชคดีมาก ๆ ที่เราเจอมันก่อน เลยรักษาได้ทัน กับอาการตอนนี้ ภายใน 5 ปีต้องไปสแกนทุก ๆ 6 เดือน ซึ่งกว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้มันยากมาก จำได้ว่าตอนเจอกับคุณหมอคนแรกแล้วเขาบอกว่าเป็นมะเร็ง เอ๋เขาก็นั่งคุยกับหมอปกติ แต่เรารู้แล้วว่าเอ๋ไม่ปกติ พอออกจากรพ.ขึ้นรถตู้ เอ๋ร้องไห้เป็นเด็กเลย เราพยายามบอกว่าพี่อยู่ตรงนี้อยู่แล้วเดี๋ยวพี่แก้ปัญหาให้ จากเรื่องที่เกิดขึ้นสิ่งที่เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ คือเราพร้อมที่จะตายกันได้ในทุกวัน ผมเริ่มรู้แล้วว่าถ้าอยากจะทำอะไรทำเถอะ อยากมีความสุขมีเถอะ อย่าไปโกรธ อย่าไปเกลียดอะไร มันล้วนเสียเวลาชีวิต ถามว่าตอนนี้ยังมีทะเลาะกันไหม มี แต่เลิกทะเลาะกันเร็วมาก เพราะรู้แล้วมันเสียเวลา เรียนรู้ที่จะให้อภัยกันมากขึ้น ตักตวงความสุขในวันนี้ให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ป๋อยังเล่าถึงอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เจอแรงกดดัน เมื่อทำช่องยูทูบ "ป๋อสะกิดเอ๋" เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM 2.5 แต่กลับเจอกระแสดราม่ารุนแรง ถูกวิจารณ์และต่อว่าอย่างหนัก จนรู้สึกเสียใจป๋อ : ส่วนช่องยูทูบ ป๋อสะกิดเอ๋ เราทำมาได้สัก 3-4 ปี แล้วเอ๋ก็เป็นมะเร็ง ตอนนั้นกลัวเอ๋ตาย เราอยากให้เขาสร้างบุญเลยคุยกันว่าอยากทำคลิปอะไรสักคลิป เพราะมะเร็งปอดที่เอ๋เป็นมันเกี่ยวกับ PM 2.5 โดยตรง เอ๋ก็โอเค เพราะอยากให้ความรู้ให้กับคนจะได้ระมัดระวังตัว แต่พอคลิปออกไปก็เป็นดราม่า คนด่า แช่งเราแรงมาก หาว่าเราอยากโปรโมทยูทูบ ตอนนั้นเลยเลิกทำยูทูบไปเลย เรารู้สึกเสียใจ แต่ก็ไม่ได้เลิกไปเลยนะ เพียงแค่ตอนนี้ขอหยุดไปก่อน ทั้งหมดนี้เป็นแค่บางโมเมนต์จาก รายการ "ดวงใจ STORY" เท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายเรื่องราวที่ "ป๋อ ณัฐวุฒิ" เปิดใจแบบลึกสุด ๆ พร้อมส่งต่อมุมมองชีวิตที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยข้อคิด ติดตามได้ ทาง YouTube และ Facebook : Ch7HD และสามารถติดตามอัปเดต EP ใหม่ กับแขกรับเชิญในดวงใจคนต่อไปได้ทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือน อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ซูมดู 10 นักแสดงซีรีส์ฟอร์มยักษ์ "หงสาวดี" ทางช่องวัน31 ขนทัพแน่นจอ ป๋อ - อ้อม ดีใจกลับมาเจอกันในรอบ 15 ปี อ้อนขอคู่กันเต็มๆ สักเรื่อง ป๋อ ณัฐวุฒิ ลั่นอย่าเพิ่งรีบตัดสิน แรงเงา บท ผล.เจนภพ อยากให้รอดูก่อน
ข่าวบันเทิง • 10 ชั่วโมงที่แล้ว
ดู
คุณผู้หญิงยืนหนึ่ง หัวใจแกร่ง
ทรูวิชั่นส์ • 18 มี.ค. 69
ดู
Please Charge My Motorbike
ทรูวิชั่นส์ • 18 ชั่วโมงที่แล้ว
ดู
Announcement AF2026 Online Audition
ทรูวิชั่นส์ • 3 วันที่แล้ว
อ่าน
Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.9 : "จิมมี่-โต๋-หมอฟรีซ" สมการนี้ ใครเจ็บที่สุด
"Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.9" ทางช่อง 8 เดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายที่คนดูห้ามกะพริบตา เตรียมพาผู้ชมดำดิ่งสู่ความสัมพันธ์สามเศร้าที่เข้มข้น เมื่อคำว่า รัก กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครได้ครอบครองอย่างสมบูรณ์ และคำถามสำคัญกำลังเกิดขึ้น ว่าสุดท้ายแล้ว ใครกันแน่ที่จะเจ็บที่สุดหลังจาก โต๋ (กาด พลอยสุภา) ตัดสินใจเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับ หมอฟรีซ (คิณ อาณาคิณ นนทิประสิทธิ์) ทุกอย่างดูเหมือนจะเดินไปในทางที่ดี แต่ยิ่งพยายามก้าวต่อ หัวใจก็ยิ่งย้อนกลับไปหาความทรงจำเดิม จนความรักครั้งใหม่เริ่มสั่นคลอน Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.9 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 8 ในขณะที่ จิมมี่ (เจมส์ เพรสคอท) ต้องเผชิญความจริงที่ยากจะยอมรับ ความเสียใจพาเขาดำดิ่งจนแทบเสียศูนย์ ถึงขั้นเมาหนักและปล่อยตัวเองพังต่อหน้าคนรอบข้างอย่าง เต๋ (เดวิด แมทธิว โรเบิร์ตส), ปลายฟ้า (แฟ้ม ตนุภัทร พ่วงสุวรรณ) และ รัน (ดิว จิรเมธ ศรีหนองห้าง) ที่ต่างพยายามดึงเขากลับมา แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เมื่อหมอฟรีซเริ่มสัมผัสได้ว่า หัวใจของโต๋อาจไม่ได้อยู่ตรงหน้าเขาเต็มร้อย และการปรากฏตัวของรันที่นำเรื่องราวอาการเฮิร์ตหนักของจิมมี่มาเล่า กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เบื้องหลังฉากดราม่าในอีพีนี้ นักแสดงนำอย่าง เจมส์ และ กาด ต่างทุ่มสุดตัวกับซีนอารมณ์หนัก โดยเฉพาะเจมส์ที่อินกับบทจนสามารถปล่อยน้ำตาออกมาได้ทันทีโดยไม่ต้องบิ้วอารมณ์ ขณะที่กาดถ่ายทอดความสับสนของตัวละครผ่านสายตาและความรู้สึกที่เข้มข้น จนทีมงานยกให้เป็นหนึ่งในฉากอารมณ์พีคก่อนถึงบทสรุปของเรื่อง เรื่องราวกำลังเดินทางสู่จุดตัดสินหัวใจในโค้งสุดท้ายนี้ ความรักจะเยียวยา หรือทำลายทุกอย่างลง ติดตามทั้งหมดนี้ได้ในซีรีส์ "Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง" อีพี 9 วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 22.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.7 : "จิมมี่" ยังไม่พร้อมปล่อย เมื่อหัวใจ "โต๋" อาจสั่นไหวเพราะ "หมอฟรีซ" Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.6 : เมื่อรักอาจถึงทางตัน "โต๋" จุกอก เจอ "จิมมี่" ฉลองวันเกิดกับรักครั้งเก่า Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.5 : "ปลายฟ้า" ยื่นคำขาด "เต๋" ก่อนตัดสัมพันธ์ ด้าน "โต๋" อาจพังเพราะเทใจให้ "จิมมี่"
ข่าวละคร • 20 ก.พ. 69
อ่าน
“คิวเท โอปป้า” เผยใจถึงช่วงมืดมนที่สุด! เคยตบหน้าตัวเอง 6 ชั่วโมง เพราะความคิดลบ
รายการ Prime Cast เปิดชีวิตอีกด้านของ "คิวเท โอปป้า" จากเด็กเกาหลีที่เติบโตในไทย และเคยเป็น Introvert สู่จุดเปลี่ยนหลังอกหักที่ทำให้กล้าแสดงออก เริ่มทำ YouTube จากศูนย์จนมีคลิปไวรัลล้านวิว แต่ชื่อเสียงมาพร้อมแรงกดดัน ปัญหาธุรกิจ ความคิดลบที่สะสมจนเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้เคยตบหน้าตัวเอง 6-7 ชั่วโมง เล่าบทเรียนจากครอบครัว การฝึกสมาธิด้วย Ice Bath และชีวิตรักที่ปล่อยวางมากขึ้น ก่อนที่จะไปเป็นคิวเทที่พลังล้นขนาดนี้ตอนเด็ก ๆ เป็นคนยังไง ? คิวเท : ถ้าเล่าตอนแรก ๆ เลย ผมก็เรียนโรงเรียนไทยที่กรุงเทพฯ นะครับ เรียนประถม เรียนเสร็จก็ได้ย้ายไปพัทยา ช่วงประถมค่อนข้างจะมีความดื้อ ชอบแกล้งเพื่อน พ่อแม่ก็มีไปเจอคุณครูบ้าง พ่อแม่กดดันบ้างไหม ? คิวเท : ไม่มีเลย พ่อแม่ก็ไม่ใช่หัวใจคนไทย บอกไม่ถูกนะ แต่เป็นคนที่ใจกว้างมาก ไม่ได้คาดหวังว่าลูกต้องเป็นอะไรอีกสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่ดูจากภูมิหลังพ่อแม่ก็เป็นพ่อแม่ที่มีศีลธรรมนะจากครอบครัวคริสเตียน พ่อเป็นบาทหลวงก็ต้องมีความคาดหวังเยอะต่อลูกอะไรอย่างนี้ แต่พ่อแม่ผมตอนโตมาไม่ค่อยจะเป็นอย่างนั้นเท่าไหร่ ค่อนข้างจะปล่อยอิสระ แม้จะเรียนดีไม่ดีก็ชื่นชม เริ่มปรับจาก introvert เป็น extrovert ตอนอายุเท่าไหร่ ? คิวเท : ประมาณ ม.5 เกิดจากเรื่องความรัก ตอนนั้นมีผู้หญิงที่ชอบที่ห้องเรียน เป็นคนต่างประเทศ เป็นสายฝรั่งแต่เขาเพิ่งย้ายมา เขาสวยแบบทุกคนในห้องเรียนต้องวิ่งไปดูว่าใครมาอะไรอย่างนี้ ก็อารมณ์แบบในหนังเลย ผมก็แอบชอบเขา ซึ่งผมก็พยายามเต็มที่นะที่จะพูดคุยหรือจีบแต่ชีวิตที่ผ่านมาไม่มีสกิลตรงนี้เลย ไม่มีใครสอนอะไรอย่างนี้ ไม่รู้ว่าจีบมันเป็นยังไง ไม่รู้ว่าการที่มุ้งมิ้งมันคืออะไร แต่เคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นที่ว่าถ้าชอบใครก็แค่ส่งจดหมาย หรือว่าไปบอกชอบเลยตะโกนออกมา ก็เลยทำอย่างนั้น จริง ๆ นะปรากฏว่ามันก็ไม่เวิร์ค แต่ก็เหมือนเขาก็บอกเป็นเพื่อนกันอะไรอย่างนี้ เราก็ไปช่วยอะไรกันหรือว่าไปเดินช้อปปิ้งกัน ดูหนังกัน ใจผมรู้สึกว่าเหมือนแต่งงานกับเขาแล้ว มากกว่าเพื่อนอะไรอย่างนี้ ก็เลยครั้งหนึ่งเขาชวนไปเที่ยวกลางคืน เป็นผับที่พัทยา ชวนไปผมก็บอกว่าไปได้สบายมาก มันก็อยู่ไม่ไกล แต่ไม่กล้าไงก็เลยชวนเพื่อนไป ไปกัน 2 คน พอไปเขาก็ทักทา ยแล้วเขาก็ไปของเขา สภาพผมก็เห็นภาพที่มันยิ่งใหญ่หรือมันเข้มข้นสำหรับในวัยเรา ผมก็อยู่ไกล ๆ แสงสีเสียงแต่ตรงนั้นมันเหมือนสปอตไลท์มันฉายลงมาครับ แล้วผมเห็นเขาไปอยู่กับคนอื่น ความรู้สึกเหมือนเรามโนไปเอง ในจังหวะนั้นที่ผมเห็นอย่างนั้นก็ลุกขึ้นมาเต้นเลย เต้นเหมือนคนอื่นเต้นกัน ไม่ได้กินอะไรด้วยนะ กินแค่น้ำเปล่า สักพักผมก็ขึ้นเวทีตรงดีเจก็เต้นแบบเต้นอะไรก็ไม่รู้ เต้นเหมือนเป็นคนบ้าครับตอนนั้น ก็เลยเปลี่ยนไปเลยหลังจากวันนั้น ? คิวเท : ใช่เพราะว่าตอนนั้นมีคนเอามือถือขึ้นมาถ่ายผม ใครก็ไม่รู้นะ 4-5 เครื่อง ตอนนั้นเห็นข้างล่างเวทีเขาถือมือถือขึ้นมาหัวเราะใส่ผม มันรู้สึกดี รู้สึกว่าความเจ็บปวดเมื่อกี้มันหายไปชั่วคราว หลังจากนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลง ไปโรงเรียนก็ทำตัวตลกมากขึ้น มีเวทีโรงเรียนก็ไปร่วมมือมากขึ้น ก็ไปขึ้นเวทีมากขึ้น เป็นตัวเองที่โอเวอร์มากขึ้น วันหนึ่งก็เหมือนซึมเข้ามาเป็นตัวตนของเราไหม ? คิวเท : พอเราทำเรื่อย ๆ มันก็เหมือนค่อย ๆ ซึม มันก็มีความกดดันที่แบบว่าชีวิตเราก็อยากเป็นที่นิยมบ้าง อยากเป็นเหมือนพี่ ๆ คนนั้นเหมือนเน็ตไอดอล คนนั้นมีคนติดตาม IG เป็น 10,000-20,000 ทำไมผมมีแค่ 100 กว่า วันแรกที่เริ่มถือมือถือขึ้นมาอัดตัวเองลง YouTube คือวันไหน ? คิวเท : ตอนนั้นก็มีความที่อยากทำ YouTube นี่แหละ ก็เลยลองค้นหา YouTube ว่ามีวิธีทำ YouTube ไหม ตอนนั้นก็มีพี่ KANNINICH ช่อง bear hug แต่สมัยก่อนเขาทำช่องคนเดียวพี่กานต์ แล้วพี่กานต์ก็เปิดช่องอีกช่อง ชื่อว่า The Nerd Creator เป็นเกี่ยวกับสอนทำ YouTube ผมก็เลยดูคลิปหนึ่งก็สะดุดคำหนึ่งว่า เขาบอกว่าให้ทำอะไรที่ไม่มีในตลาด ก็นั่งคิดตั้งนาน ตลาดคืออะไร ตลาดแถวบ้านเราเหรอ หรือตลาดสดตรงนี้ แต่อ๋อตลาด Marketing มันคือการหาสินค้าใหม่ ๆ เข้าตลาดเราเพื่อให้ดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ตอนนั้นผมก็เลยพยายามคิดว่าอะไรที่ไม่มีใน YouTube บ้าง ก็เห็นว่าช่วงนั้นสายย่อก็มาแรง ผมก็คิดว่ามันยังไม่ค่อยมีผู้ชายเต้นสายย่อเลย แล้วฉันก็เป็นเกาหลีด้วยนะ ก็เต้นเลย ถ่ายลงเลย คลิปแรกเลยได้ประมาณ 60 view แต่ผมดู 59 view นะ ก็กดรีไปอย่างนั้น ก็มีพ่อแม่ดูด้วย คลิปไหนที่ดังขึ้นมา ? คิวเท : มันมีคลิปหนึ่งช่วงสงกรานต์ ตอนนั้นผมนั่งทำคลิป reaction หนังผีคนเดียว เพราะผมไม่เคยดูหนังผีไทย ก็เปิดแล้วก็ถ่ายหน้าตัวเองทั้งชั่วโมงเลย แล้วก็ตัดแค่ฉากผมตกใจ เขาก็เอาไปลง มันก็ดังขึ้นมาเพราะมันตลกดี ช่องผมไม่ค่อยได้เยอะแต่ว่ามีเพจดึงไปลง เป็นเพจสมัยก่อนเอาไปลง แล้วก็ปรากฏว่าคลิปนั้นได้หลายล้านวิวเลย ก็เริ่มมีคนมาติดตามบ้าง ความสัมพันธ์ในครอบครัวของคิวเทเป็นยังไงบ้าง ? คิวเท : ความสัมพันธ์ก็ดี ผมว่าโอเคดี สนิทกัน พ่อแม่สนับสนุน แล้วก็พ่อแม่ผมน่ารัก ฉลาด ก็เลยแบบว่าถ้าย้อนกลับไปคิดก็ไม่ค่อยมีอุปสรรคเยอะเท่าไหร่เรื่องครอบครัว แต่มันก็มีน้องสาวผมเกิดมาเป็นคนที่ 3 น้องคนที่ 2 เกิดมาช่วงประถมแต่ว่ามีเซอร์ไพรส์นิดหนึ่งเป็นเด็กพิเศษ เป็นเด็กพิการที่คนไทยเรียกกัน แต่ว่าพอช่วงนั้นหลายอย่างก็เปลี่ยนนะ พ่อแม่เหนื่อยมากขึ้น พ่อแม่อาจจะให้ความสนใจลูกอีก 2 คนอาจจะน้อยลง แต่เหมือนผมกับน้องสาวคนที่ 2 ก็เข้าใจนะ เข้าใจว่าพ่อแม่ต้องรับภาระ ไม่ใช่ภาระหรอกแต่ว่ามันเป็นความรับผิดชอบที่หนัก ๆ ที่ต้องมาดูแล ช่วงนั้นก็อาจจะมีเรื่องยาก ๆ นิดหนึ่ง คิวเทช่วยดูแลน้องยังไงบ้าง ? คิวเท : ดูแลไม่ค่อยดีด้วย ก็รู้สึกผิดทุกวันนี้ ผมอายไง ผมกล้าบอกเลยผมมีช่วงอาย สมัยตอนเด็ก ๆ ช่วงที่น้องสาวมาที่โรงเรียนเพื่อจะมารับผมกลับบ้านแม่ขับรถมา น้องสาวก็เห็นเด็ก ๆ เขาเล่นบอลกัน เขาตื่นเต้นอยากมาเล่นด้วยก็เลยแบบเดินออกมาตะโกนสไตล์น้องสาวผม เดินไม่ค่อยคล่องด้วย วันต่อมาเพื่อน ๆ ก็ถามน้องสาวเป็นอะไร ทำไมดูไม่ปกติ ผมก็ไม่รู้ตอบอะไรด้วยตอนนั้น แต่แค่รู้สึกว่ามันเหมือนเราสร้างแผลในใจเราเองทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงเพื่อนก็อาจจะแค่ถามจริง ๆ เพราะมันไม่รู้จริง ๆ นะ แต่เหมือนเราก็ปรุงไปเองตอนนั้นก็เลยแบบว่าในบ้านอาจจะดูแลดี แต่ออกไปข้างนอกเราก็ไม่ค่อยอยากจับมือน้อง ไม่ค่อยอยากจูงมือน้อง เดิน Big C เดินโลตัสแม่จูงมือคนเดียว ผมก็จูงสักพักคนเริ่มมองผมก็ปล่อยมือเดินไปก่อน ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ? คิวเท : ตอนนี้ก็รู้สึกผิดที่ทำอย่างนั้นก็เลยเปลี่ยน ตอนนี้ผมมองว่าจริง ๆ น้องสาวเราปกติกว่าคนทั่วไปเยอะมากเลย คนอวัยวะครบทั้งหมดนิสัยแย่ก็เยอะ คือทั้ง ๆ ที่เขามีทุกอย่างพร้อมแต่จิตใจเขายังสู้น้องสาวผมไม่ได้สักนิดเลย เริ่มเห็นว่าน้องเราไม่เคยแค้นใคร ไม่เคยโกรธใคร ไม่เคยเกลียดชังใครมากเป็นชั่วโมง แต่คนทั่วไปสมัยนี้เกลียดใครเกลียดได้เป็นปีเลยนะ 10 ปีอย่างนี้ สรุปใครปกติไม่ปกติ มันเริ่มเห็นว่าน้องสาวเรามีความสุขมากกว่าคนทั่วไปเยอะมากเลยนะ น้องสาวเรามันพิเศษ ก็เราเป็นคนกำหนดว่าเราเป็นคนมองในมุมนั้น มองเป็นมุมพิเศษเพราะต่างกับคนอื่น แต่เคยคิดไหมว่าน้องสาวตัวเองมีความสุขมากกว่าตัวเรานะ มันมีความสุขมาก เพราะว่าเข้าใจธรรมก็เลยเริ่มเข้าใจน้องสาว แต่ถ้าไม่เข้าใจธรรมผมคงไม่เข้าใจน้องสาว เป็นคนศาสนาอะไร ? คิวเท : ศึกษาในพุทธศาสนา แต่ก็ต้องเล่าก่อนผมก็เกินในครอบครัวคริสต์ พ่อก็เป็นบาทหลวงผมก็อธิษฐานต่อพระเจ้าทุกวันเช้าเย็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงหนึ่งผมเจอความทุกข์ที่ไม่สามารถแก้ได้แล้ว อาจจะเป็นเรื่องของข่าวต่าง ๆ บ้าง มีเรื่องของบริษัท เรื่องของทีม เป็นเรื่องของเพื่อน ๆ เรื่องของผู้รับเหมา การโดนโกงหรือจะเป็นเรื่องของผู้หญิงอะไรต่าง ๆ คือตอนนั้นผมฉลาดไม่พอแล้วก็เหมือนเราก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ปัญหาทั้งหมดแก้ไม่ได้จริง ๆ ทุกข์ใจอยู่อย่างนั้น นานไหมช่วงนั้นที่มรสุมชีวิตมันรุมเร้า ? คิวเท : ผมว่าประมาณปีหนึ่งได้ สภาพจิตใจช่วงนั้นเป็นยังไง ? คิวเท : รู้สึกแย่ สมมติถ้าคนเราไปจุดที่สะสมพลังงานแย่มากเราจะเริ่มทำตัวแปลก ๆ เหมือนร่างกายมันอยู่ในระบบ SOS จะบอกแพนิคก็ไม่ใช่ จะบอกเตือนสติก็ไม่ใช่ แต่ตอนนั้นผมไม่มีความรู้อะไรเลย แต่จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งไม่ไหวจริง ๆ ตบหน้าตัวเองทั้งคืน 6-7 ชั่วโมง ตบอยู่อย่างนั้น ตบเพราะอยากให้ตัวเองหยุดคิดลบ ตบตัวเองอยู่อย่างนั้นหยุดไม่ได้ ผมงงมากเลย ทำไมร่างกายมันขยับเอง พอความคิดลบขึ้นมาเกี่ยวกับคนที่เราเกลียดไม่ชอบ ความโมโหขึ้นมา มือขึ้นมาตบหน้าตัวเองเลย ไม่ได้สั่งด้วยนะ ร้องไห้อยู่อย่างนั้น สักพักตบไปประมาณ 4-5 ชั่วโมงเริ่มคิดอะไรไม่ออก ความคิดลบเริ่มจางลง ๆ สักพักก็ออกไปข้างนอก มือก็ขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ตัวเองจนเหมือนคนอื่นมาเช็ดให้เลยนะตอนนั้น ก็เลยเริ่มออกจากความทุกข์นั้นได้นิดหนึ่งโดยที่ไม่ได้มีธรรมะ ไม่ได้มีที่พึ่งอะไรแต่เหมือนเราพึ่งอะไรก็ไม่รู้ตอนนั้นไปมั่ว ๆ สักพักเหมือนเราออกจากความทุกข์นั้นได้ก็จริงแต่พอเราไม่รู้แก่นว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ศึกษามั่ว ๆ ชีวิตมันยิ่งพัง ตอนนั้นยิ่งพังยิ่งเจอเรื่องไม่ดี พอเราอยู่ในขั้วลบ ปัญหาขั้วลบเข้ามาเยอะมากเลย ออกไม่ได้ มันวนอยู่เป็นลูป ? คิวเท : มันติดเป็นนิสัยไปแล้ว นิสัยที่ว่าตื่นมาเวลาไหนเราก็จะคิดวนเรื่องนั้น แล้วเวลาอาบน้ำคิดวนแล้วหยุดความคิดไม่ได้ ปัจจุบันตอนนั้นผมไม่ได้มีปัญหาเลยนะหลังจากที่ผ่านเรื่องราวมา เพราะความเป็นจริงก็คือผมมีบ้าน ผมมีเงิน ครอบครัวผมก็อยู่ดี คนรอบตัวที่รักเราก็อยู่ดีเหมือนเดิม แต่ตัวเราทำให้เรามองทุกอย่างแย่ไปหมดโดยที่เรายึดติดกับสิ่งที่เป็นขั้วลบตลอดเลย ก็เลยออกไม่ได้ อยู่วงจรนี้เรื่อย ๆ จุดที่มันขึ้นมาก็คือความคิดเรานี่แหละ ที่มันตื่นมาแล้วมันเริ่มคิด สมมติเขาไม่ดีประมาณนี้แต่เราคิดไม่ดีให้เขาไม่ดีไปอีก เราเป็นคนคิดให้ไม่ดีไปเอง พอเราเล่นมือถือเห็นแค่หน้าเราก็ปรุงต่อ เห็นเขาพูดอะไรก็ปรุงต่อ เหมือนพอเราเก็บเรื่องลบ แล้วเราเจอเรื่องลบที่เล็ก ๆ เราก็จะตอบโต้ด้วยความคิดลบที่สะสมมา มันกลายเป็นว่าเรื่องที่มันอาจจะดีในตอนนั้นผมทำให้มันแย่ลง โดยที่คำพูดเรา การกระทำเรามันผสมอารมณ์ มันก็เลยกลายเป็นว่าอย่างแรกคนไม่ดีทำไม่ดีก็จริง แต่ว่าเราจมกับเรื่องนี้เราก็กลายเป็นไม่ดีด้วยนะ เพราะความเกลียดชังมันอยู่ที่ตัวเราไม่ได้อยู่ที่ไหน เรากลายเป็นคนที่ไม่ค่อยสดใส เป็นคนที่ไม่ค่อยเมตตา ไม่เป็นพลังบวกให้คนอื่น มันกลายเป็นคนอย่างนั้น คนรอบ ๆ ตัวมีทักบ้างไหม ? คิวเท : ไม่ได้มีคนมาบอกอย่างนั้นนะ แต่เขาก็เหมือนสงสารเราส่วนใหญ่คนที่มาเจอนะ แต่มีคนหนึ่ง ไปร์ท SPD เหมือนเห็นผมทุกข์อยู่มานาน เขาก็เลยเรียกผมไปคุยที่บ้าน ก็มานั่งคุยกับเขา เขาก็เริ่มยกธรรมมาให้ฟัง ตอนนั้นเขาก็เล่าตั้งแต่เรื่องศีล 5 ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดในกาม ไม่โกหก ไม่ดื่มสุรา ผมก็บอกว่าก็ทำอยู่นะ อาจจะดื่มสุราบ้างแต่ว่าอย่างอื่นก็รู้สึกว่าผมก็ยังโอเคอยู่ เขาก็บอกให้ผมพิจารณา นั่งนิ่ง ๆ ให้อยู่กับลม ก็ลองทำดูแล้วกันไหน ๆ ก็มา สักพักขึ้นมาเป็นฉากเลย ตั้งแต่ผมมีเด็กเล็ก ๆ 1-2 ขวบไปจนถึง 25 ปี กรรมทั้งหมดไล่ขึ้นมาให้ดูเลย ผิดศีลอะไรบ้าง ร้องไห้หนักมากตอนนั้น ก็เลยเป็นจุดที่ไม่ได้แล้ว เราใช้ชีวิตอะไรอยู่ เริ่มคิดอย่างนี้ กลับไปก็ไม่ได้รู้ธรรมะหรอกจริง ๆ แต่เริ่มรู้แล้วว่าพระพุทธเจ้าอาจจะเป็นทางออกก็ได้ตอนนั้นผมคิดอย่างนี้ แต่ก็พอเวลาผ่านไปมันเป็นประสบการณ์หนึ่งเฉย ๆ การที่ผมเห็นฉากขึ้นมา พอฉากขึ้นมามันผ่านไป อย่างที่บอกประสบการณ์มันอยู่ได้ไม่นานนะ ก็เหลวแหลกเหมือนเดิม ช่วงนั้นก็คือทำงานมาตลอด ทำคอนเทนต์ทุกอย่างมาเรื่อย ๆ ? คิวเท : ใช่ครับ พยายามทำ มันก็มีช่วงที่หยุดไปเป็นเดือน 2 เดือน เพราะว่าทำไม่ลง ช่วงที่เราเอนเนอร์จี้ไม่ดีแล้วออกไปข้างนอก แล้วมีคนคาดหวังว่าจะต้องตลก สนุกสนานกับเขา แต่เรามีตึงใส่บ้างไหม ? คิวเท : จริง ๆ อยากจะบอกว่าไม่ได้แค่ตึงหรอกตอนนั้น ผมโมโหใส่ก็มี ว่าก็มี แต่ไม่ใช่แฟนคลับนะ ว่าคนไม่พอใจในการใช้ชีวิตในวันหนึ่ง โมโหที่สนามบินบ้างอะไรบ้างต่าง ๆ อยากจะขอโทษเพราะจริง ๆ ตอนนั้นก็เขามาด้วยเอนเนอร์จี้ที่ดี ๆ ให้เรา แต่เหมือนเรามีกำแพงของพลังงานลบตรงนี้ ใครโยนอะไรให้เราไม่เอาในตอนนั้น สมควรโดนด่า ช่วงนั้นที่ใจพัง ๆ ร่างกายเราพังไหม ? คิวเท : ร่างกายพังตอนนั้น ตอนนั้นผอม กินไม่ลง หน้าตาก็ยังโอเคอยู่ โอเคกว่าตอนนี้ด้วยนะ เพราะตอนนั้นดูแล อยากเข้าคลินิก อยากดูดีต่อสังคมตอนนั้น เจอผู้หญิงก็อยากให้เขาปลื้ม ก็มีความคิดอย่างนั้น ผิวตอนนั้นก็ยังโอเค เคยเจอปัญหาสุขภาพหนัก ๆ ไหม ? คิวเท : ยังไม่มี ยังไม่มีขั้นที่ติดเตียงอะไรอย่างนี้ แต่ก็มีไม่สบายนิดหน่อย ดูแลตัวเองยังไงบ้าง ? คิวเท : ไม่มีเลย work life balance ของผมก็คือการการนั่งสมาธิ เพราะว่าผมมองว่าดูแลดีแค่ไหนข้างในไม่เปลี่ยนมันก็ดีแค่ผิว สุดท้ายร่างกายมันก็มันก็ย่อยสลายอยู่แล้ววันหนึ่ง พอเวลาผ่านไปเซลล์ก็ค่อย ๆ แก่แต่ผมแค่มองว่าสุดท้ายคนจะไปเร็วไปช้าอยู่ที่เหตุปัจจัย อันนี้ธรรมะนิดหนึ่ง เราก็ต้องดูแลข้างนอกเราด้วย ? คิวเท : แต่ก็พยายามไม่สุดโต่ง เช่น ถ้าใครนัดนัดกลางคืนหรือไม่ใช่แค่การเที่ยวนะ แต่แค่โทรมาหรือว่าอะไรอย่างนี้ผมไม่เอา เพราะว่าช่วงดึก ๆ ใจเราต้องสงบ พยายามสงบไว้เพื่อจะรับมือกับพรุ่งนี้ อย่างน้อยนอนดึกหรือนอนเร็ว ก่อนนอนก็ต้องมีสมาธิก่อนนอน ต้องเข้าสมาธิก่อนเผื่อจะนอนหลับ ถ้าไม่เข้าสมาธินอนไม่หลับ เพราะเป็นคนคิดเยอะใช่ไหม ? คิวเท : มันเหมือนเป็นนิสัยแล้วพอเราทำทุกวัน เพราะว่าช่วงแรกผมรู้สึกว่านอนทำสมาธิสบายสุดเลย ก็แค่นอนแล้วก็พยายามไม่คิดอะไร แค่อยู่กับตรงนี้ เหมือนพยายามนอน ? คิวเท : ก็คล้าย ๆ กันเลย นอนสมาธิก็เหมือนการนอน ชอบการออกกำลังกายแบบไหนที่สุด ? คิวเท : ก็ชอบแต่ว่าจริง ๆ ไม่ชอบออกกำลังกาย แล้วช่วงหนึ่งผมชอบแช่ ice bath มากเลย ทำทุกเช้าทำหลายเดือนด้วยนะ แล้วชีวิตมันดีขึ้นเยอะเลย พุงก็หาย หน้าก็เล็ก มันเหมือนมันเผาผลาญเอนเนอร์จี้มหาศาลตอนที่เราอยู่ในน้ำเย็น มันกลายเป็นว่าภูมิคุ้นกันก็ดีขึ้น เอนเนอร์จี้ในวันนั้นอารมณ์ก็ดีขึ้น ทำมาได้นานขนาดไหน ? คิวเท : 3 เดือนได้ น้ำแข็ง 100 กิโลกรัมทุกวัน ตอนนั้นทำ 11 นาทีทุกวัน แขนลงหมดเลย แล้วก็จุ่มทั้งหัว 2 นาที ก็อาจจะอันตรายนะ แต่พอเราทำเรื่อย ๆ เราเห็นว่ามันเหมือนการฝึกสมาธิเลยนะการที่เราอยู่ในน้ำเย็น เพราะสมมติถ้าเราอยู่ในน้ำเย็นช่วงแรกมันจะเหมือน Fight mode มันจะสู้เต็มที่เลยนะมันเป็นเอง พอจุดหนึ่งเราจะเริ่มสบายแล้ว แต่เราแค่รับรู้ว่าความเจ็บปวดที่เกิดตอนนี้มันเป็นทางผ่านนะ เธอแค่อดทนหน่อย ไม่ต้องอดทนด้วยซ้ำ แค่รับรู้ว่ามันปวดมาก ว่ามันเย็นมาก ค้างไว้ตรงนั้นแหละเดี๋ยวมันหายไปเอง แต่พอวันไหนที่ไม่ชอบ เย็นเกินอะไรอย่างนี้ วันต่อก่อนจะลงเราจะโดนเอฟเฟคแล้ว เราจะไม่กล้าลง แล้วความคิดเก่ามันกลับมา ครั้งแรก ๆ ลงได้กี่นาที ? คิวเท : 1 หรือ 2 นาที แล้วพอเราจับจุดตรงที่มันนิ่งได้แล้ว กี่นาทีก็ได้จริง ๆ คุณจะแช่ครึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงไม่ได้ทำให้ดีขึ้นนะ มันก็มีลิมิต แล้วเพราะร่างกายเราก็ผลิตฮอร์โมนได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว ตอนที่เดินข้ามจังหวัดคิดถึงอะไรอยู่ ? คิวเท : เป็นการสัญญาตัวเองตอนนั้น สมมติผมออกไปเดิน อย่าคิดไม่ดีนะ แต่ว่าเดินอย่างมีความสุขให้ถึงปลายทางก็พอ พอเราเดินจริงก็มีปัญหาเยอะว่ามีเรื่องไม่พึงพอใจทางบ้านเราบ้าง หรือมีเรื่องไม่พอใจสิ่งที่เราเจอด้านหน้าบ้าง ร้อนไปคนนั้นทักไม่ค่อยให้เกียรติ แต่พออย่างนั้นผมก็นั่งตรงไหนก็นั่ง นั่งสมาธิไปเลย 10 นาที 20 นาทีก็เดินต่อ สักพักเดินก็เราก็อยู่กับการเดิน เธอคิดอะไรก็ไม่ต้องคิดหรอก นี่เราเดินอยู่ คิดอะไรมาทำให้เราหลุดอีก มันกลายเป็นออโต้แล้วนะ ออโต้ทำไมกลับมาสิเราก็รู้ว่าเราเดินอยู่ พอเราทำอย่างนี้ซ้ำ ๆ วันท้าย ๆ เราเดินแทบไม่ต้องนั่งสมาธิเลย มันเหมือนอยู่ในสมาธิแล้ว แฟนเข้าใจไหมที่เราเป็นคนอินกับเรื่องนี้ ? คิวเท : ตอนนี้เริ่มเข้าใจ ผมไม่ได้แบบพูดเรื่องธรรมะให้เขาฟัง ผมแค่มองตัวเองซะส่วนใหญ่ เพราะสุดท้ายเรื่องแฟนก็มีปัญหา มีเรื่องทะเลาะทุกคู่ ช่วงหนึ่งก็เป็นอย่างนี้นะว่า เธอธรรมะต้องอย่างนี้สิ แต่สุดท้ายมันเสียเวลาถ้าทำอย่างนั้น สุดท้ายเรามองเข้ามาตัวเรา มองทุกครั้งก็มีปัญหาทุกครั้ง ไม่ใช่เขานะ ตัวเราเองมีปัญหาทุกครั้ง ก็ไม่อยากยอมรับแต่ว่าก็ต้องยอมรับเพราะว่าสุดท้ายโลกนี้มันคือเหตุและผล สมมติเขาน้อยใจอะไรก็ต้องมีเหตุก่อน หรือผมน้อยใจอะไรก็ต้องมีเหตุก่อน คือทุกอย่างมันมีเหตุและผล ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ อีกฝ่ายทำทุกอย่างให้สำเร็จเหตุนั้นได้ มันเป็นเหตุที่สร้างด้วยกัน ผมก็เลยพยายามให้มันมีความสุข ไม่ใช่ว่าเราจะมาเน้นว่าต้องเป็นอย่างนั้นต้องเป็นอย่างนี้เท่านั้น แต่ก็พยายามใช้ชีวิตมีความสุขนะ ช่วงหนึ่งก็ไม่คุยเล่นเยอะด้วย ไม่เล่นตลกอะไรเยอะเพราะเราก็อิน ชีวิตรักเป็นยังไงบ้าง ? คิวเท : ปล่อยวางมากขึ้น ไม่คาดหวังเยอะ คนนี้คบมานานเท่าไหร่ ? คิวเท : 2 ปีกว่า ก็ถือว่าตรงสเปคนะ ผมชอบผู้หญิงที่อ่าจิตใจดีนี่แหละ แล้วก็เป็นคนมีศีล ความที่เราแบ่งปันไม่เท่ากัน ความที่เราศรัทธาในสิ่งที่เราเดินอยู่ไม่เท่ากัน หรือว่าความที่เราให้เกียรติในศีลก็ไม่เท่ากัน พออย่างนี้มันก็เดินยาก สมมติถ้าเบื้องต้นมันรวมกันได้ก็คือศีลเสมอกัน มันอยู่ได้นานนะ แต่แค่หลัก ๆ ก็มีเมตตา มีจิตใจดี เพราะมันก็ยุคสมัยนี้ก็ต้องค่อย ๆ ไป เพราะผมว่า 20-30 ก็ยังเป็นวัยรุ่น 40 ก็ยังวัยรุ่นอยู่ ผมก็เลยมองว่ามันก็ค่อย ๆ ไป สุดท้ายถ้าเรามองว่ามันอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เป็นพลังด้านลบเราที่เราคิดขึ้นมา ทำไมลบคลิปทิ้งหมดเลย ? คิวเท : อายครับ ส่วนใหญ่คลิปที่ลบไปเยอะก็มีคลิปกินสกปรก ทำเสียงเซ็กซี่ ก็คือเหมือนมีอะไรกับอาหารนะ ไม่ดูดีแล้ว แต่ว่ามันก็มีคนชอบ มันก็ตลกแต่ว่าตอนนี้มันเป็นช่องครอบครัวมาก เพราะว่าหลายคนมาคอมเมนต์บอกว่า ทุกอาทิตย์ผมกับพ่อแม่มานั่งดูตลอดเลย ทุกอาทิตย์ผมกับลูก ๆ มานั่งดูคลิปพี่ซิมตลอดเลย ออกไปข้างนอกครอบครัว 4-5 คน เป็นกลุ่มก็มาทักผมตลอดว่าดูกันทั้งครอบครัวเลย มีความรู้สึกว่าสมมติถ้าเขาย้อนไปดูโดยที่เชื่อใจว่าผมไม่ทำอะไรแบบนั้น เขาก็อาจจะผิดหวังได้ เขาก็จะไม่กล้าเปิดดูกับครอบครัว ไม่ใช่มีแค่กินหรอก คลิปพาสาวเดตต่าง ๆ นานา ก็เป็นความอยากตัวเอง มันก็ไม่เชิงคอนเทนต์ กลุ่มแฟนคลับที่เขาชอบคอนเทนต์แบบนั้นมาเรียกร้อง แล้วคิวเททำยังไง ? คิวเท : ก็เรียกร้องแต่ว่าพอเราตั้งใจทำในสิ่งที่เราอยากทำจริง ๆ คนก็เริ่มยอมรับ ไม่นานด้วยนะแปบเดียวเอง เดือน 2 เดือนคนก็เริ่มชอบคอนเทนต์ใหม่ ๆ แล้ว เริ่มอยากให้ทำอย่างนี้อีก แล้วพอเราทำแบบนี้ปัญหาในชีวิตก็น้อยลงเยอะมากเลย กลัวการไม่ถูกยอมรับจากคนรอบข้างไหม ? คิวเท : มีความกลัวบาง ๆ อยู่ บางครั้งก็มีนะความกลัวที่บางคนยังคิดว่าผมเป็นเหมือนในอดีต ก็มาตัดสินทุกวันนี้ เห็นตัวเองในอีก 10 ปีเป็นยังไง เป้าหมายชีวิตมีอะไรบ้าง ? คิวเท : มีบ้านที่ต่างจังหวัดสบาย ๆ มีสัตว์หลายตัว มีหมาตัวหนึ่ง เป้าหมายก็คือพยายามไม่ลืมศึกษา พยายามคิดว่าเราเป็นมือใหม่ สดใสทุกวัน ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร อยากให้ไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ถึงตาย อยากจะฝากอะไรกับคนที่กำลังอยู่ในความมืดมนของชีวิต จะหลุดออกมาได้ยังไง ? คิวเท : ทุกคนมีเรื่องแบบนี้อยู่แล้วแม้แต่ผม หรือว่าทุกคนมีหมด 2 อย่าง ความไม่ชอบที่เราสามารถแก้ได้ กับความไม่ชอบที่เรายังแก้ไม่ได้ ณ ตอนนี้ แต่ว่าปัจจุบันจริง ๆ อาจจะยังไม่มีปัญหาอะไร ปัญหามันอยู่ในหัวเท่านั้น เรื่องที่ 2 ก็คืออะไรก็แล้วแต่ปัญหามันก็เกิดเพราะอารมณ์ อารมณ์ที่เราไม่ชอบ อารมณ์ที่เรากังวล อารมณ์ที่เป็นขั้วลบต่าง ๆ นำพาในความคิดนี้ ปัญหานี้ แต่สุดท้ายอารมณ์ตรงนี้ยังไงก็สลาย อยู่กับเราไม่ได้ 24 ชั่วโมง 365 วันหรอก วันหนึ่งยังไงก็ต้องสลาย สลายต่อเมื่อเราไม่เข้าไปคิด ต่อไม่เอาไปป้อนข้อมูลต่อ เดี๋ยวมันก็จะนิ่งสลายเอง คนเรียกว่าเวลามันจะเยียวยา หรือถ้ามันสลายไม่ได้ เราก็พยายามยอมรับหรือให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะอันนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับนั่งสมาธิแต่เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ตอนนี้ สิ่งที่พ่อแม่เราสอนมา คุณครูสอนมา ให้อภัย ให้เมตตาแล้วก็ขยัน สำคัญมาก ถ้าคุณขยันคุณก็อาจจะไม่เอาเอนเนอร์จี้ไปใส่ในความคิดลบตรงนี้ที่ปรุงมา ขยันไปเดี๋ยวตรงนี้มันจะจางเอง อย่าเอาที่คุณมี 100% ไปใส่ตรงนี้ 70% มันไม่ดี เพราะสุดท้ายมันไม่เปลี่ยนอะไร แต่ว่าเปลี่ยนนิสัยเราล้วน ๆ สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook: Alive Dot , Youtube : Alive Dot เวลา 18.00 น.
ข่าวบันเทิง • 25 ก.พ. 69
อ่าน
"ซานิ" ปล่อยพลังร็อก "อยากลองดีก็ลองดู" เพลงประกอบละคร "เลดี้ทุ่งกระบือบาล"
แรงไม่แผ่วต้านความฮอตของเรตติงไม่ไหว สำหรับละคร เลดี้ทุ่งกระบือบาล ที่ออกอากาศทาง ช่อง 7HD สนุกเข้มข้นชนิดที่พลาดไม่ได้สักตอน ยิ่งได้เนื้อร้องและซาวด์ดนตรีร็อกจากเพลงประกอบละครอย่างเพลง อยากลองดีก็ลองดู บวกกับเสียงทรงพลังของ ซานิ ZANI มาถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกของเหล่าตัวละคร ยิ่งปลุกพลังรักท้องถิ่นขั้นสุด เพลงนี้เป็นเพลงร็อกพลังงานบวกที่ได้ เอก SEASON FIVE เขียนคำร้องและทำนอง ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ทำเพลงตลอดจนเข้าห้องอัด เรียกว่ารับจบครบสมกับเป็นโปรดิวเซอร์มากความสามารถ เรื่องย่อ เลดี้ทุ่งกระบือบาล ช่อง7HD (ตอนล่าสุด) ละครโรแมนติกคอเมดี น้ำดี ชวนยิ้ม เบื้องหลังการทำงานทุกฝ่ายต่างสนุกและเอ็นจอยสุด ๆ โดยเฉพาะบรรยากาศเข้าห้องอัดที่นัดรวมตัวกันครบทีม ไม่ว่าจะเป็น โปรดิวเซอร์ นักร้อง รวมถึงผู้จัด กีตาร์-ศิรินพิชญ์ ที่ตามมาให้กำลังใจ บรีฟ และบิลด์อารมณ์ ตรงตามเนื้อเรื่องของละครเป๊ะ ทำให้ร็อกเกอร์สาวเสียงเท่ถ่ายทอดออกมาได้อิน ใช้เวลาในห้องอัดไม่นานแต่คุณภาพเน้น ๆ เพลงนี้ผู้จัดและผู้กำกับอยากได้แนวร็อกเท่ ๆ เพราะต้องการปลุกพลังใจ ปลุกสำนึกรักท้องถิ่นและบ้านเกิด หนักแน่นด้วยดนตรีและเนื้อหาที่ชัดเจน จนลงตัวมาเป็นเพลง อยากลองดีก็ลองดู ให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน ดูละครให้สนุกเติมเต็มอรรถรสด้วยเพลงประกอบละครมัน ๆ รับรองว่าอินและลุ้นไปกับเรื่องราวแน่นอน ห้ามพลาดกับละคร เลดี้ทุ่งกระบือบาล ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 19.00 ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมย้อนหลังบนแอป TrueVisions NOWแฟน ๆ สามารถฟังเพลง อยากลองดีก็ลองดู ได้ทุกสตรีมมิง Youtube : Ch7HD https://youtu.be/-Og996Npts0?si=hkXvoJ6FoaxFOOqF Youtube : Soulmadsound https://youtu.be/rrcSSMqQRi4?si=-S-QhI3z0-zH37Cx
ข่าวเพลงไทย • 1 มี.ค. 69
อ่าน
“ดีเจดาว” เล่าโมเมนต์ “แกงส้ม” เซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน เตรียมจัดงานปีหน้า
ดีเจดาว เล่าโมเมนต์ แกงส้ม เซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน เตรียมจัดงานปีหน้า ทำแฟนๆ ยิ้มตามไปด้วยกับโมเมนต์ที่รอคอย หลังหนุ่ม แกงส้ม ธนทัต ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอ ดีเจดาว ณัฐภัสสร แฟนสาวแต่งงานที่ประเทศญี่ปุ่นไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุดเจอตัวดีเจดาวเจ้าตัวก็ได้เล่าโมเมนต์พร้อมอัปเดตแพลนแต่งงานว่า จริงๆ ไม่มีสัญญานอะไรมาก่อน ถ้าไม่มีหนูคงจะไม่ใส่ชุดนั้น ประเด็นคือชุดนั้นคือชุดจากไปถ่ายงานลูกค้าลงติ๊กต๊อก ชุดก็เลยต้องเป็นสีฟ้า ก็บอกเขาว่าเดี๋ยววันนี้แม่จะถ่ายงานนะ พอเห็นคลิปแต่งงานลูกน้องโทรมาเลย พี่ดาวได้ถ่ายงานหรือยัง แล้วชุดนั้นคือชุดลูกค้า แล้วจะทำยังไง ลูกน้องไม่ได้พูดยินดีก่อนด้วยซ้ำ แต่ถามว่ามีสัญญาณอะไรมาก่อนไหม จริงๆ มีแค่คำพูดประมาณว่าพ่อชอบชิบูย่ามาก แล้วตรงนั้นคือ Shibuya Sky เขาก็พูดตลอด ถ้าเป็นประเทศไทยมันเหมือนเป็นตึกใบหยกประเทศไทย ซึ่งมันไม่ใช่เขาเลย แล้วมันก็ไม่ใช่หนูด้วย แต่เขาพูดว่าพ่ออยากทำตามความฝันของพ่อ แม่พาไปหน่อย เขาก็ดูแปลก เขาจะมีความฝันอะไรบางอย่างแปลกๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สำหรับเรามันเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าเขาเป็นเรื่องใหญ่เราก็ต้องซัพพอร์ตเขาอยู่แล้ว เขาบอกว่าเขาฝันมานานแล้ว แต่เราก็เพิ่งรู้ อยู่กันมาเป็น 8 ปี หนูก็งงเหมือนกัน จริงๆ แล้วทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมากๆ เลย แล้วในใจเราคิดว่า นี่จบแล้วเหรอ วินาทีนั้นคือลมมันแรงมากเลย เป็นวันที่หนูไม่สวย แล้วดาวก็ป่วย ดาวไปถึงแล้วก็ป่วยเลย ก็จะงอแงนิดหนึ่ง แต่ด้วยความที่เรารู้สึกว่าเราจะถ่าย Vlog กันอยู่แล้ว เดินๆ อยู่แล้วมันหนาวมาก แล้วดาวใส่สั้นมาก ยังคิดอยู่เลยว่าทำไมวันนี้แต่งตัวแบบนี้มานะ เสร็จปุ๊บเขาก็ยื่นไมค์มาให้ติด นี่ก็หันไปถามว่าติดทำไม เขาบอกก็ถ่าย Vlog ไง พอขึ้นไปปุ๊บก็งงๆ ไปหมด แล้วเขาเป็นคนที่ถ้าชอบอะไรแล้วเขาจะชอบอยู่อย่างนั้น ช่างภาพก็ไม่รู้ว่าไปหามาตอนไหนเหมือนกัน ซึ่งมาคุยกันอีกทีคือช่างภาพก็เพิ่งรู้ว่าจะมาขอแต่งงาน เซอร์ไพรส์ช่างภาพด้วย ช่างภาพคือไปให้เขามาจากโอซาก้า แล้วเราอยู่ชิบูย่าอยู่โตเกียว แต่ชอบมู้ดนี้มากเลย วินาทีนั้นมันไม่มีอะไรเลยนอกจากเดี๋ยวเรารีบถ่ายเนอะ เพราะว่ามันถ่ายได้แค่ไม่กี่ช็อต คนเยอะ แล้วคนญี่ปุ่นก็ตกใจกันใหญ่เลย แล้วคนข้างหลังก็พูดว่า Say Yes! Say Yes สิ! You say yes! ก็โอเค Say Yes มันก็เป็น Magic Moment พอลงมามันเป็นความรู้สึกอิ่มๆ มันแค่รู้สึกว่าเราก็มั่นคงทางใจ แล้วหลังจากนั้นเขาก็น่ารักขึ้นอีก เขาใจเย็น เหมือนพอมองแหวนแล้วเขาก็จะมีสายตาอีกแบบหนึ่ง ยิ่งกว่าหลวงพ่อวัดไหนอีกนะ ส่วนงานแต่งเราคุยกันไว้ว่าปีหน้า คือดาวคุยกับเขาแล้วว่าปีนี้มันไม่มีเนอะ แล้วดาวทำงานเยอะด้วย ก็เลยไม่ได้เตรียมตัวอะไร ก็เลยปักใจว่าปีหน้าแน่นอนเพราะปกติเวลาที่เราพูดอะไร เราสัญญากันแล้ว เขาจะไม่เคยผิดสัญญา มันก็ไม่ใช่เชิงสัญญาหรอกค่ะ แต่พูดไปแล้วว่าไม่ใช่ปีนี้ ดาวก็จะเชื่อว่าไม่ใช่ปีนี้ เพราะเขาก็ไม่เคยไม่ทำตามสิ่งที่เขาพูด อันนี้เรียกว่าเซอร์ไพรส์สุดๆ ตอนนี้ก็เลยคิดว่าน่าจะปีนี้เป็นปลายปี
ดาราเดลี่บันเทิง • 27 ก.พ. 69
ดู
สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก
ทรูวิชั่นส์ • 7 ต.ค. 68
อ่าน
“ออฟ จุมพล” ไม่สนดราม่า พร้อมตั้งรับเดี๋ยวพิสูจน์ให้เห็น
ออฟ จุมพล ไม่สนดราม่า พร้อมตั้งรับเดี๋ยวพิสูจน์ให้เห็น แค่เปิดชื่อมาว่าเป็นนักแสดงหนุ่มสุดฮอต ออฟ จุมพล ก้าวขึ้นมาเป็นเมนเทอร์ในรายการ The Face Men Thailand Season 4 ก็เจอกระแสซะแล้ว ล่าสุดเจอเจ้าตัวเลยให้เปิดใจถึงเรื่องนี้... ผมก็สงสัยว่าเค้าเอาเราจริงหรือเปล่า เราชื่นชอบการแต่งตัว ชอบเรื่องแฟชั่นอยู่แล้ว นี่เป็นอีกรายการหนึ่งที่เราได้พรีเซนต์ในสิ่งที่เราชอบก็เลยตอบตกลงทันที ตอนเปิดตัวชื่อเรา ใครว่ะ มาทำไม เป็นยังไง เขาคือใคร ด่ามาก่อนเลย แต่ชอบ เดี๋ยวไปดูในรายการแล้วกัน เอาจริงๆ คนที่เป็นห่วงเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าเค้าอาจจะยังไม่รู้จักผม พอได้มารู้จักแล้วอาจจะเปลี่ยนความคิดเห็นเปลี่ยนคอมเมนต์ก็ได้ ผมไม่นอยด์ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราชอบ เค้าไม่เห็นผลงานเรา เค้าไปด่าเราแล้ว เรารู้สึกว่ามาเลยผมชอบ เราเป็นคนที่มีเหตุผลพอ เราใช้เหตุผลเป็นหลักนั้นก็คือฝีมือ เพราะฉะนั้นเค้าไม่มีสิทธิ์มาด่าเราเลยได้ว่า พูดอะไรเป็นไปไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วความจริงคือความจริง เอาความจริงไปสู้ พูดตรงๆ คือทำดีเสมอตัวทำชั่วโดนด่าแน่นอนแฟนๆ ที่ชมรายการนี้ฉะนั้นไม่มีท่าทางชั่วอยู่แล้ว จากรายการที่ผ่านมา ปกติเราก็ดูอยู่ที่สองซีซั่นสุดท้าย พอเรามาทำเองเราต้องไปตามดูว่ามันเป็นยังไง เกมมันเป็นแบบไหน เราต้องเล่นแบบไหน ตอนแรกคิดว่ามันมีสคริปต์หรือเปล่า พอมาถ่ายจริงไม่มีสคริปต์ เครียดมาก ต้องวางแผนค่อนข้างที่จะยากเหมือนกัน ต้องนอนเยอะๆ หัวต้องไวเพราะว่าทุกอย่างมันคือสด เป็นเรียลลิตี้จริงๆ ทุกอย่างวางแผนกันตรงนั้นพูดจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะเข้าไปถ่าย เข้ากันได้ก่อนเป็นอย่างแรก 2. มีความพยายาม 3.ต้องตั้งใจสู้ต้องสู้มากๆ เราไม่ชอบคนที่มีมายด์เซ็ตลบ คนไม่พยายามเป็นน้ำเต็มแก้วจะมาทำไม มันต้องมาเพื่อที่อยากที่จะได้รับอะไรกลับไป เราอยากให้เต็มที่เหมือนกันเพราะว่าเรามีเพื่อนเยอะ เรามีคนเก่งรอบตัวเยอะ ก็อยากที่จะเอามาช่วยเหลือเอามาให้น้องๆ ได้ถ่ายทอด อีกอย่างอยากให้ปล่อยตัว ปล่อยใจแล้วเข้าไปดูรายการ ถ้าเต็ม 100 อย่างน้อยต้อง 99 ฝากทุกคนด้วย ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้กับทีมออฟด้วย เป็นบทบาทใหม่ใหม่ที่ออฟเพิ่งได้เริ่มเข้ามาทำ จะพยายามให้เต็มที่ ทำการบ้านกันให้เต็มที่ แล้วอย่ามาว่าผมขี้โกงนะ เพราะว่าผมรู้สึกว่าผมไม่ค่อยชอบคำนี้เท่าไหร่ กฎถ้าเกิดมันมีบอกผมไม่ทำ แต่ถ้ากฎไม่ได้มีบอกมันก็ทำได้ไม่ใช่หรอ เริ่มเลยๆ...
ดาราเดลี่บันเทิง • 26 ก.พ. 69
อ่าน
เลดี้ทุ่งกระบือบาล EP.12 : "จีน เฌอตินท์นารา" เอาคืน "สา อนิสา" ฟาดกันมันสะใจแฟนละคร
เลดี้ทุ่งกระบือบาล EP.12 : ขวัญใจแฟนละครเย็นไม่เกินจริง ชวนปลูกสำนึกรักท้องถิ่น อินไปกับเรื่องราวสนุกเข้มข้นของชาวทุ่งกระบือบาล นาทีนี้ต้องยกให้ละครเรื่อง เลดี้ทุ่งกระบือบาล ลุ้นแบบนั่งไม่ติดทั้งภารกิจรักษาที่ดินของหมู่บ้าน เปิดโปงสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงความรักของคู่พระนาง ที่มีก้างชิ้นโตอย่าง แพรว สาวแอ๊บใสแต่ขี้วีน รับบทโดย สา อนิสา คอยแทรกกลางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เลดี้ทุ่งกระบือบาล EP.12 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD เข้าสูตรนางร้ายละครไทย เพราะฉากที่จะได้ชมกันในวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ เป็นซีนที่สะใจแฟนละครสุด ๆ ขณะที่ ไอ้แสบ (จีน-เฌอตินท์นารา) กำลังเห่อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่อยู่ที่คอกควาย ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญอย่าง แพรว (สา-อนิสา) เข้ามาทักทาย แต่ดูเหมือนจะมาหาเรื่องมากกว่า งานนี้ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องแผนการปอกลอกเงินครอบครัวจอมทัพ (บอม-พงศกร) ทำให้แพรวสวมบทวีนฉ่ำง้างมือตบหน้าแสบ มีหรือไอ้แสบแห่งทุ่งกระบือบาลจะยอม ปล่อยควายตัวโปรดให้ไล่ขวิดแพรว แต่เจ้านวลยังไม่ทันได้ไล่ แพรวที่ตกใจกลัวก็เสียจังหวะ หงายหลังแช่ในกะละมังหน้าคอกควาย เสียงกรี๊ดแพรวดังจนพ่อกับแม่ของแสบและจอมขวัญวิ่งมาห้ามทัพ แต่ดูเหมือนแสบจะงานเข้าเพราะจอมทัพดันโผล่มาเห็นพอดี เลยต่อว่าแสบว่าทำเกินกว่าเหตุ ทำให้แสบต้องพิสูจน์ความจริงว่าใครเริ่มก่อน ฉากนี้มีนักแสดงเข้าฉากหลายคนแถมยังมีเหตุการณ์ให้ต้องไล่เรียงคิว ก่อนถ่ายทำผู้กำกับ วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รวมตัวซ้อมคิว เพราะมีทั้งซีนปะทะคารม ฉากแอ็กชันของสาว ๆ ที่ต้องยื้อยุดฉุดกระชากกัน มุมกล้องตบหลอกที่ต้องเนียนสมจริง รวมถึงฉากล้มลงกะละมังเปียกน้ำทั้งตัว สาวจีนเล่าให้ฟังว่าแม้ความสูงของสาจะเป็นอุปสรรคอยู่บ้าง แต่สวมวิญญาณไอ้แสบ บอกเลยว่าสู้ไม่ถอย รับประกันว่าถูกใจแฟนละครชัวร์ ต้องมาลุ้นกันว่าแสบจะจนมุมหรืองัดหลักฐานเด็ดมาสู้ ติดตามเรื่องวุ่น ๆ ได้ในละคร เลดี้ทุ่งกระบือบาล EP.12 วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 19.00 ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมย้อนหลังบนแอป TrueVisions NOW ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ เลดี้ทุ่งกระบือบาล ช่อง7HD (ตอนแรก) ละครโรแมนติกคอเมดี น้ำดี ชวนยิ้ม
ข่าวละคร • 15 ก.พ. 69
ดู
AF IS NOW: AF กับการกลับมาที่อินฟลูรอคอย
ทรูวิชั่นส์ • 23 ม.ค. 69
อ่าน
ก็รักมันปักใจ EP.3-4 : "แก๊ป" หน้าสั่นกลางงานหรู หวังตบ "เก๋ไก๋" แต่พลาดเป้าหน้าจุ่มเค้กวันเกิดตัวเอง
ก็รักมันปักใจ EP.3-4 : เตรียมพบกับฉากสุดเดือดในละคร ก็รักมันปักใจ Money, My Love ที่ทำเอาแฟนละครต้องนั่งไม่ติดเก้าอี้ เมื่อความหรูหราของงานเลี้ยงวันเกิดถูกแทนที่ด้วยความปั่นป่วน การปะทะคารมกันของเหล่านักแสดงฝีมือดี ไม่ว่าจะเป็น เก๋ไก๋ ณัฐธิชา, แก๊ป ชนกสุดา, จ๊ะจ๋า แดนดาว, ซีน ภัสธรากรณ์, อุ๋ม อาภาศิริ, บิ๊ก ศรุต, ลิฟท์ สุพจน์ ทุกคนต่างทุ่มสุดตัวระเบิดอารมณ์โดยเฉพาะ เก๋ไก๋ กับ แก๊ป ที่ต้องปะทะตบตีกันนัวเนีย จนเค้กวันเกิดก้อนโตเลอะเทอะเต็มใบหน้าสวยๆ ของ แก๊ป ในขณะที่ เก๋ไก๋ก็โดนน้ำราดฉ่ำๆ เช่นกัน แต่ทั้ง แก๊ป และ เก๋ไก๋ ก็สปิริตแรงกล้า เล่นเองใส่เต็มจนทีมงานต้องปรบมือให้กับความตั้งใจของทุกคน ก็รักมันปักใจ EP.3-4 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD โดยฉากเป็นฉากที่ มิก้า (แก๊ป) ระเบิดอารมณ์ใส่ทีมจัดงานแบบไม่ยั้ง จนเกิดเหตุการณ์ปะทะกับ ผักบุ้ง (เก๋ไก๋) ทำให้เรื่องราวบานปลายเพราะมิก้าไม่พอใจอย่างหนักที่ทีมออกาไนเซอร์ทำงานผิดพลาดและตั้งท่าจะเอาผิดให้ถึงที่สุด ทุกคนพยายามขอโทษแต่มิก้าไม่ยอม บวกหมั่นไส้ผักบุ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งทวีความโกรธจนเกิดเรื่องชุลมุนวุ่นวาย เพราะมิก้าพยายามจะตบผักบุ้งแต่ผักบุ้งหลบทันทำให้มิก้าหน้าจุ่มเค้กวันเกิดตัวเองไปเต็มๆ งานนี้มิก้ายิ่งโมโหสั่งผักบุ้งกินเค้กที่เลอะอยู่ที่พื้นเป็นชดใช้ความผิด และก่อนที่เรื่องจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ยงยุทธ (บิ๊ก) ก็เข้ามาขัดจังหวะด้วยการสาดน้ำใส่ผักบุ้ง แล้วชิงตัวพาเธอออกไปจากเหตุการณ์วุ่นวายทันที เรียกว่าเป็นอีกฉากที่แก๊ปต้องทุ่มสุดตัว ยอมให้เค้กเลอะหน้าจริงเพื่อถ่ายทอดอารมณ์โกรธปนอับอายออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่เก๋ไก๋ก็ต้องยอมเละเทะและเปียกปอนไปทั้งตัวเพื่อให้ภาพออกมาสมจริงที่สุด ถือเป็นอีกฉากที่คนดูจะต้องลุ้นระทึกและสะใจไปกับความพยายามจะร้ายแต่ดันพ่ายภัยตัวเองของแก๊ปจริง ๆ ห้ามพลาดฉากนี้ในละครเรื่อง ก็รักมันปักใจ Money, My Love ฉากนี้ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ ก็รักมันปักใจ Money, My Love ช่อง 3HD (ตอนแรก)
ข่าวละคร • 10 ก.พ. 69
อ่าน
I WANNA BE SUP’TAR EP.1 : จุดเริ่มต้นความป่วนสุดคิ้วท์ ใต้หลังคาเดียวกันของ "ลิลลี่-เบลเล่"
"I WANNA BE SUPTAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ EP.1" ภายใต้โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL เมื่อสาวโก๊ะฝันไกลแต่ไร้พรสวรรค์อยากจะเป็นซุปตาร์ ต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับอดีตซุปตาร์หญิงที่พยายามหันหลังให้วงการ จนเกิดเป็นความใกล้ชิดและความอลวนเมื่อสองคนต่างขั้วต้องมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน เตรียมอมยิ้มไปด้วยกันในซีรีส์เกิร์ลเลิฟสุดชุลมุน และกลับการมาประกบคู่กันอีกครั้งในบทนำเป็นครั้งแรกของ "ลิลลี่ ลฎาภา ทองคำ" ในบทของ "วิน ปวีณ์" และ "เบลเล่ จิรัชญา กิจถาวรสกุล" ในบทของ "วันหนึ่ง" พร้อมกับการจับคู่กันครั้งแรกที่น่าจับตามองของสองสาว "เฟย์ อภิสรา เลิศวิเศษธีระกุล" ในบทของ "มีดี" และ "จีนี่ อรนลิน ลีลาบูรณธนากูล" ในบทของ "เมย์" ร่วมด้วย เบนซ์ อัทธ์ธนิน, ดุจดิว ธีรวิวัฒน์, แบมแบม ฐิตารีย์ I WANNA BE SUPTAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ EP.1 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 จากซีรีส์โรแมนติกเบาสมองที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงถูกนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง ในรูปแบบ Girl's Love การันตีคุณภาพโดย CHANGE2561 ที่จะถ่ายทอดความสัมพันธ์ของสองสาวต่างขั้วในโลกของซุปตาร์ หนึ่งสาวที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ กับหนึ่งสาวที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ผิดหวังจากความใจร้ายของวงการบันเทิงจนอยากจะหนีไปให้ไกล แล้วต้องมาอยู่ด้วยกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อคนหนึ่งเพิ่งย้ายเข้ามายังบ้านหลังนี้ แต่อีกคนกลับไม่ยอมย้ายออก เรื่องราวสุดป่วนชวนอมยิ้มจึงเริ่มขึ้น จุดเริ่มต้นความป่วนสุดคิวต์ใต้หลังคาเดียวกัน EP.1 วันหนึ่ง (เบลเล่ จิรัชญา) หญิงสาวผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อความฝันในการเป็นซุปตาร์ แม้จะตระเวนประกวดและแคสติ้งมานับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่เคยไปถึงจุดหมายอย่างไรก็ตาม เมื่อเรียนจบ พ่อแม่กลับยื่นคำขาดให้วันหนึ่งเลิกไล่ล่าความฝัน และบังคับให้กลับไปช่วยธุรกิจครอบครัวที่ต่างประเทศ พร้อมประกาศขายบ้านในเมืองไทย โดยผู้ซื้อที่ตกลงซื้อบ้านของวันหนึ่ง คือ วิน ปวีณ์ (ลิลลี่ ลฎาภา) อดีตซุปตาร์ชื่อดังที่หายหน้าจากวงการ หลังเผชิญข่าวฉาวและหนีไปใช้ชีวิตเงียบ ๆ ต่างประเทศ ก่อนตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นใหม่ในเมืองไทยแบบไม่ให้ใครรู้ ความป่วน ความคิวต์ และความสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึงของการโคจรมาพบกันของอดีตซุปตาร์และสาวผู้ไล่ล่าความฝัน กำลังจะค่อย ๆ เปิดหัวใจให้คนดูได้ยิ้มตามไปพร้อมกันใน "I WANNA BE SUPTAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์" ติดตามรับชม EP.แรก วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ และทุกวันศุกร์เวลา 22.30 น. ทางช่องวัน 31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ I WANNA BE SUPTAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ ช่องวัน 31 (ตอนแรก) มาแล้ว I WANNA BE SUPTAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์ ฟินทะลุจอ ลิลลี่-เบลเล่ แจ้งเกิด! "ลิลลี่-เบลเล่" พาเปิดภาพฟิตติ้งซีรีส์ "I WANNA BE SUPTAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์"
ข่าวละคร • 6 ก.พ. 69
อ่าน
Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.6 : เมื่อรักอาจถึงทางตัน "โต๋" จุกอก เจอ "จิมมี่" ฉลองวันเกิดกับรักครั้งเก่า
Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.6 สัปดาห์นี้แฟนซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เตรียมรับมือความเจ็บปวดที่ค่อย ๆ บีบหัวใจ ในอีพี 6 เมื่อความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบาดแผลของ โต๋ (กาด พลอยสุภา) และ จิมมี่ (เจมส์ เพรสคอท) เดินทางมาถึงจุดสั่นคลอนที่สุด จากรักที่เหมือน สามวันดีสี่วันไข้มาโดยตลอดถึงตอนนี้ กำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญ ที่อาจไม่มีพื้นที่ให้ถอยกลับ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.6 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 8 จุดเริ่มต้นของความจุกอกเกิดขึ้นเมื่อโต๋ตั้งใจทำเค้กไปเซอร์ไพรส์วันเกิดจิมมี่ที่บ้าน แต่การรอคอยกลับไร้คำตอบ จนต้องโทรถามเต๋ (เดวิด แมทธิว โรเบิร์ตส) และตัดสินใจออกตามหา ก่อนจะได้เห็นภาพที่หัวใจแทบแตกสลาย เมื่อจิมมี่กำลังปาร์ตี้อย่างสนุกสนานอยู่ในผับ พร้อมแก๊งเพื่อน และ รัน (ดิว จิรเมธ ศรีหนองห้าง) อดีตคนรักเก่าที่ยังคงมีตัวตนในชีวิตจิมมี่เสียงหัวเราะ การหยอกล้อ การถือเค้กเล่น และคำพูดกระทบใจจากคนรอบข้าง กลายเป็นแรงกระแทกซ้ำที่ทำให้โต๋แทบทนไม่ไหว ก่อนจะเดินออกมาจากร้าน ทิ้งคำถามคาใจไว้กลางอากาศว่า ความรักครั้งนี้ควรเดินหน้าต่อ หรือถึงเวลาที่ต้องยอมรับความจริง เบื้องหลังฉากดราม่าพีคนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งซีนหินของเรื่อง เพราะเป็นฉากอารมณ์ยาว บทหนักเกือบเต็มหน้ากระดาษ และต้องไต่ระดับความรู้สึกตั้งแต่ความคาดหวัง ความผิดหวัง ไปจนถึงการแตกสลายทางใจ ซึ่งทั้ง เจมส์ และ กาด ต่างทำการบ้านมาอย่างละเอียด ซักซ้อมจังหวะอารมณ์ และถ่ายทอดความเจ็บปวดออกมาแบบไม่กั๊กน้ำตา สายตาและน้ำเสียงที่สั่นไหว ถูกส่งตรงไปถึงคนดูแบบถึงใจ จนทีมงานยกให้เป็นหนึ่งในฉากอารมณ์พีคของซีรีส์ และอาจจะยกให้เป็นเดอะเบสซีนความดราม่าก็เป็นได้ งานนี้แฟนซีรีส์เตรียมโบกธงให้ จิมมี่ กันได้เลย แต่จะเป็นธงสีอะไร ต้องรอแฟนซีรีส์ทุกคนมาช่วยกันตัดสิน เพราะเพียงแค่ประโยคเด็ดประโยคเดียวในฉากนี้ ก็อาจทำให้หลายคนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร่วมลุ้นบทสรุปของคืนที่หัวใจอาจแตกสลาย พร้อมกันได้ในซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง อีพี 6 วันอาทิตย์ที่1 กุมภาพันธ์ เวลา 22.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข27 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.5 : "ปลายฟ้า" ยื่นคำขาด "เต๋" ก่อนตัดสัมพันธ์ ด้าน "โต๋" อาจพังเพราะเทใจให้ "จิมมี่" Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.4 : "เจมส์" บีบ "แมทธิว" จมมุม ให้เลือกระหว่าง "กาด" หรือหัวใจของ "แฟ้ม" Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.3 : "เจมส์" เริ่มเดินเกมหัวใจ "กาด" ด้าน "แฟ้ม" ส่งสัญญาณเตือน "แมทธิว" จนเหวอ! Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.2 : "เจมส์-กาด" ติดอยู่ในสถานการณ์จุกอก Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.1 : "เจมส์" เปียกน้ำทำ "กาด" ใจบาง ด้าน "แมทธิว" เตือนระวังหัวใจพี่ชายจะไม่ปลอดภัย!
ข่าวละคร • 30 ม.ค. 69
ดู
ปาร์ตี้ชะนีป่วน
ทรูวิชั่นส์ • 23 ม.ค. 69
อ่าน
ผ่านมาทุกรส! "ญดา นริลญา" วัยไม่ถึง 30 แต่ร่างกายพัง เล่าชีวิตหลังกล้องที่ไม่ค่อยมีใครรู้
รายการ "PrimeCast With PUNPUN" เปิดใจนักแสดงสาว "ญดา นริลญา กุลมงคลเพชร" จากเด็กอินโทรเวิร์ตหลังกล้อง สู่การเป็นนักแสดงที่แบกความกดดัน เล่าชีวิตหลังกล้องที่ไม่ค่อยมีใครรู้ การเติบโตมากับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว กดดันจากบทบาทและการโดนคอมเมนต์รูปลักษณ์ รวมถึงประสบการณ์ป่วยเป็นไทรอยด์ หอบหืด และแพนิคจากการโหมงานหนัก ความคาดหวังในวงการ อาการแพนิคที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อเริ่มดูแลใจตัวเองมากขึ้น "ญดา" วัยไม่ถึง 30 แต่ร่างกายพัง เล่าชีวิตหลังกล้องที่ไม่ค่อยมีใครรู้ ญดาเข้าวงการตั้งแต่อายุ 13 ใช่ไหม ?ญดา นริลญา : ใช่ค่ะ เริ่มจากแคสโฆษณาค่ะ แล้วก็ค่อย ๆ ได้มาเล่นซีรีย์ของนาดาว ปีแรกเลยจะเป็นโฆษณาอย่างเดียว พอเริ่มเข้าปีที่ 2 ก็จะเริ่มมาซีรีส์แล้วก็ละครเลย คิดว่าเป็นคนที่โตมาแบบไหน ?ญดา นริลญา : โตมาแบบคุณแม่เข้มเข้มงวดมาก ๆ เลย เหมือนคุณแม่เป็น single mom ใช่ไหม แล้วก็จะสนิทกับคุณแม่มาก คุณแม่ก็สอนมาแบบให้มีความเป็นผู้หญิงมาก ๆ ก็คือต้องมีระเบียบวินัย จะต้องพูดเพราะ ต้องเรียบร้อย ชีวิตวัยเด็กของเราโดยที่เราทำงานตั้งแต่เด็กต่างกับเพื่อนที่โรงเรียนไหม ?ญดา นริลญา : ต่างค่ะ เพราะว่าเพื่อนคนอื่น ๆ เขาก็อาจจะมีวันหยุด ไปหาความสุขจากครอบครัวหรือจากเพื่อน หรือหากิจกรรมทำ แต่เราก็คือไม่ใช่แค่เฉพาะวันหยุด วันธรรมดาเราก็เริ่มต้นทำงานแล้ว วัยเด็กเป็นคนยังไง ?ญดา นริลญา : เงียบมาก เป็นเด็ก introvert เลย ขี้อายด้วย ไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่ถ้าเกิดไปอยู่ที่หน้ากล้องหรือว่าเป็นการแคสงาน ชอบมากจะกล้าแสดงออก คุณแม่สนับสนุนให้เข้าวงการ ?ญดา นริลญา : คุณแม่สนับสนุนนะคะ คุณแม่เป็นคนเดียวเลยในบ้านตอนนั้นที่สนับสนุน อยากให้ทำงานในวงการบันเทิง จริง ๆ ก็ไม่ได้เรียกว่าทำงานหรอก เหมือนคุณแม่รู้สึกว่าเห็นลูกทำแล้วทำออกมาได้ แล้วคุณแม่ภูมิใจ เหมือนทุกครั้งเวลาที่คุณแม่ไปยืนดูเราทำงานอย่างนี้ เขาจะร้องไห้ทุกครั้งเลย เขารู้สึกว่าภูมิใจ มันตื้นตัน จุดไหนที่รู้สึกว่าอยากจะมาเป็นนักแสดงเต็มตัว ?ญดา นริลญา : ตั้งแต่ปีแรกเลยค่ะ ปีแรกก็เริ่มต้นแคสโฆษณาแล้วก็ได้งานโฆษณาเยอะมาก ๆ ไปโรงเรียนแค่เป็นหลัก 10 วัน แล้วก็เริ่มรู้แล้วว่าอันเนี้แหละที่เราจะต้องทำมันเป็นอาชีพหลัก รองคือการเป็นนักเรียน ก็เลยเริ่มต้นทำงานตั้งแต่ตอนอายุ 13-14 เลย เพราะว่าปีแรกถ่ายโฆษณาไปตั้ง 70 กว่าตัวแล้วมันทำงานทุกวันเลย จะวันฟิตติ้งวันถ่าย 70 กว่าตัว เป็นคนโครงหน้าสวยตั้งแต่เด็ก ?ญดา นริลญา : ไม่เลย ไม่ได้เป็นเด็กหน้าตาน่ารักขาว ของหนูผอม ๆ แห้ง ๆ แล้วก็แบบผิวเข้ม ๆ ฟันเหยินด้วยตอนเด็ก ๆ เป็นหอบหืดแล้วก็เป็นไทรอยด์เป็นพิษ ?ญดา นริลญา : ใช่ค่ะ หอบหืดคิดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากคุณแม่ เพราะคุณแม่เป็น แล้วเหมือนเราก็ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แต่ว่าพอเราทำงานเยอะ ๆ ในช่วงหลัง ๆ มา แบบ 3-4 ปีที่ผ่านมาแล้วเราเริ่มมีอาการเป็นหอบหืด แต่คือเราไม่เคยไปทำ allergy test เราไม่เคยตรวจว่าแพ้อะไรด้วย ซึ่งที่บ้านเราเลี้ยงแมว 8 ตัว แล้วเราเพิ่งไปตรวจเจอว่าเราแพ้แมวขั้นรุนแรง แบบแพ้ขนแมว มันก็เลยทำให้เราเพิ่งจะเริ่มมีอาการเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมานี่เอง อาการที่มันเกิดขึ้นคืออะไร ?ญดา นริลญา : อาการก็คือจะรู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แน่นหน้าอก แล้วก็รู้สึกว่าเราหายใจเข้าไปได้แค่นิดเดียว เหมือนหลอดลมเรามันคล้ายหลอด แล้วเหมือนกับว่าเราบีบหลอดไว้ แล้วมันมีรูหายใจแค่นิดเดียว การเป็นหอบหืดกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงานไหม ?ญดา นริลญา : กระทบนะคะ เหมือนตอนช่วงที่เราต้องถ่ายฉากใต้น้ำอย่างนี้ อันนี้คือมีผลมาก ๆ เพราะว่าเจออากาศชื้น อากาศหนาวเย็นเกินไปก็ไม่ได้ เหมือนยิ่งลงไปใต้น้ำเหมือนเราหายใจได้ไม่ดีอยู่แล้ว แล้วมันยิ่งไปกระตุ้นข้างในด้วย เคยถ่ายใต้น้ำแล้วแล้วเหมือนหายใจได้ไม่ทัน แล้วก็ตะคริวกินท้องไปเลย เหมือนมันมีอาการแพนิคร่วมด้วย เพราะเราหายใจได้ไม่ดีอยู่แล้ว ก็เลยเข็ดกับฉากใต้น้ำอยู่ ฉากบู๊ต้องวิ่งมีผลไหม ?ญดา นริลญา : ก็มีผลกับอะไรที่มันมีฝุ่นควัน smoke ก็ต้องเลี่ยงค่ะ แบบว่าอยู่ให้ได้น้อยที่สุด เหมือนกับว่าจะถ่ายจริง ๆ แล้วเดี๋ยวค่อยเข้ามาหรือไม่ก็ใส่แมสตลอดเวลา เรื่องของไทรอยด์เป็นพิษอยู่ดี ๆ เกิดอะไรขึ้น ?ญดา นริลญา : เราไม่รู้ไงว่ามันเป็นไทรอยด์ เหมือนก่อนหน้านี้เราคิดว่าเราเป็นหอบหืดอย่างเดียว แล้วเราก็ไม่เคยไปตรวจจริง ๆ จัง ๆ ว่าอาการที่เราเป็นแบบหัวใจเต้นเร็ว เหนื่อยง่าย เราคิดว่ามันมาจากหอบหืดตลอด แล้วมันมีวันหนึ่งอยู่ ๆ ญดาเดินในบ้าน เป็นวันหยุดใช่ไหม เดินจากโซฟาไปเข้าห้องน้ำ แล้วเราใส่นาฬิกา มันขึ้นว่าหัวใจเราเต้น 150 คิดในใจแล้วว่าโรคหัวใจถามหา ต้องให้หมอดูแลหัวใจ (หัวเราะ) ก็เลยไปหาคุณหมอเรื่องโรคหัวใจ สุดท้ายแล้วคุณหมอก็จับตรวจไทรอยด์ด้วย เพราะว่ามันอาจจะมาจากโรคแล้วมีผลข้างเคียงเรื่องหัวใจ ก็ได้รู้ว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษ อาการที่หมอบอกว่าจะเกิดขึ้นคือ ?ญดา นริลญา : เราจะหัวใจเต้นเร็ว เราจะเหนื่อยง่าย ฮอร์โมนเราจะแปรปรวน ประจำเดือนมาไม่ปกติ แล้วก็เรื่องของอารมณ์เราด้วย ก็อาจจะ sensitive ง่ายหน่อย คุณหมอรักษาโดยการให้ทานยาค่ะ เป็นยาควบคุมอาการไทรอยด์ แล้วก็ยาลดการอัตราการเต้นหัวใจ ไฮเปอร์ไทรอยด์ ซึ่งปกติแล้วคนที่เป็นคือ ?ญดา นริลญา : มันจะมีไฮเปอร์กับไฮโป ก็คือเราเป็นไฮเปอร์จะผอม ไฮโปรเป็นแบบอ้วน แต่เราอ้วน เป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ต้องผอมไม่ใช่เหรอ ต้องกินเยอะ ๆ เพราะว่าเราไม่ชอบตัวเองผอม ?ญดา นริลญา : ใช่ค่ะ เหมือนพอเรามีอาการไทรอยด์ แล้วมันทำให้เราผอมลงไปเรื่อย ๆ เลย ก่อนหน้านี้แก้มบุ๋มลงไปเลย เพราะมันแบบแก้มตอบแล้วก็ตัวผอมมาก ตรงนี้ผอมสุด ๆ เลย แขนผอมหมดเลยแล้วเรารู้สึกว่าเราไม่ชอบ เหมือนเราไม่ชอบเห็นตัวเองเป็นแบบนี้ แล้วมันดูเหมือนคนป่วย มันดูสุขภาพไม่ดี ดูไม่ Healthy ก็เลยพยายามกิน แล้วมันก็กินอร่อย น้ำหนักลงไปก็คือต้องฝืนกินใช่ไหม ?ญดา นริลญา : ใช่ค่ะฝืนกิน เหมือนแบบว่าจริง ๆ แล้วคนที่เป็นไฮเปอร์ไทรอยด์จะหิวทั้งวันอยู่แล้ว แต่ปกติคือเหมือนกินเท่านี้ก็อิ่มแล้ว แต่เราพยายามเอาเข้าไปอีก เหมือนกินเข้าไปอีก ดูแลสุขภาพตัวเองยังไง ?ญดา นริลญา : routine ชีวิตของญดาก็คือก่อนหน้านี้ต้องยอมรับเลยว่า ก่อนที่เราจะรู้ว่าเราเป็นโรคหอบหืดแล้วก็เป็นโรคไทรอยด์ เราใช้ร่างกายหนักมาก เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราอยากทุ่มเทให้กับงานมันออกมาดีที่สุด โดยที่เราอาจจะไม่ได้ถามสุขภาพขนาดนั้น ว่าไหวไหม ไม่ได้ถามร่างกาย แต่คือลึก ๆ ก็รู้แหละว่าเราใช้เยอะ แต่เราคิดว่าไม่เป็นไรเหมือนใจเราไหว แล้วเราก็คิดเองว่าเรายังอายุน้อยอยู่ ซึ่งอยากเตือนทุกคนตรงนี้เลยว่า มันไม่ใช่แค่อายุน้อย แล้วมันจะสุขภาพแข็งแรงดีไม่เป็นอะไร ไม่ป่วย อายุน้อยก็ป่วยได้ เหมือนครั้งแรกที่ญดารู้ว่าญดาป่วยเป็นไทรอยด์ ร้องไห้เลย ตกใจ คือรู้ว่าโรคนี้ไม่ได้ร้ายแรง รู้แต่เสียใจ ที่ผ่านมาเราละเลยร่างกาย ไม่ได้ดูแลสุขภาพเราขนาดที่มันควรจะเป็น เพราะเราใช้เขาเยอะมาก ตอนนี้ก็คือดูแลสุขภาพโดยการที่พยายามไปตรวจสุขภาพบ่อย ๆ เพราะว่าร่างกายมันอยู่ข้างในเหมือนรถต้องเข้าเช็คระยะ เรามองไม่เห็นว่าเขาเป็นยังไงบ้างแล้ว ก็พยายามติดตามสถานะอาการสุขภาพของเราเรื่อย ๆ แล้วก็พยายามหันมาออกกำลังกาย จากก่อนหน้านี้เราไม่ออกกำลังกายเลย เพราะว่าเหนื่อยแล้วจากการทำงานก็กลับมานอน กลับมานอนพักเลยทันที ก็พยายามออกกำลังกายมากขึ้น เลือกทานอาหารที่มันมีประโยชน์มากขึ้น ชอบเล่นโยคะ เพราะว่าเหมือนตอนคุณหมอบอกว่ายังไม่อยากให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือทำอะไรที่หัวใจมันจะเต้นเร็วขึ้นมา เรื่องอาหาร ?ญดา นริลญา : ก่อนหน้านี้กินแซ่บ กินอร่อย กินแต่ของทอด ข้าวหมูทอด ข้าวไก่ทอด ทงคัตสึอะไรอย่างนี้ค่ะ ตอนนี้ก็คือลดน้อยลง พยายามเลือกกินของต้ม แบบชาบูอะไรอย่างนี้ ชาบูน้ำใส ไม่จิ้ม จิ้มนิดหนึ่ง โซเดียมเยอะเดี๋ยวเลือดหนืด การนอนเป็นยังไง ?ญดา นริลญา : การนอนนี่คือของหนูคือยากมาก เพราะว่าเราออกกองถ่ายตั้งแต่เช้ายันมืด บางทีก็เลิกเรท หลังจาก 22:00 น. ไปอีก มันก็ทำให้ระยะเวลาการนอนเรามันคือ 4-5 ชั่วโมงประมาณนี้ หรือบางวันอาจจะน้อยกว่านั้น แต่ถ้าเกิดเป็นวันหยุดจริง ๆ จะพยายามนอนให้เกิน 5 ชั่วโมง นอนให้มันถึง 7-8 ชั่วโมงอะไรอย่างนี้ค่ะ มีเคล็ดลับอีกไหม ?ญดา นริลญา : พยายามที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มันเป็นคาเฟอีน แต่เราดันเป็นไทรอยด์ด้วยก็เลยดื่มเยอะไม่ได้ ได้แค่จิบนิด ๆ อย่างเช่นชา ชาเขียว กาแฟ อะไรอย่างนี้ค่ะ พูดไปงั้นแหละความจริงกินอะไร น้ำอัดลม (หัวเราะ) เป็นคนที่อินกับบทซีรียส์ หนังมากจนถึงขั้นออกจากตัวละครไม่ได้ ?ญดา นริลญา : ไม่เชิงว่าออกไม่ได้ เพราะว่าคัทปุ๊บเราก็ออกแล้ว แต่หมายถึงว่ามันจะมีอาการแบบนี้ค่ะ มันจะเป็นพฤติกรรมที่เราทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ วนลูปซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จนกว่ามันจะจบเรื่อง แล้วพอจบเรื่องมันยังติดพฤติกรรมนั้นมาอยู่ อย่างเช่นเรื่องสืบสันดานที่รับบทเป็นไข่มุก ที่เป็นเมด คือเหมือนไข่มุกเขาจะเป็นคนที่ไม่พูด เหมือนเขาจะเป็นคนคิดวางแผนอยู่ในหัวตัวเองตลอด แล้วปกติเราเป็นคนช่างพูด เหมือนเราคิดอะไรเราก็พูดเป็นแบบปกติธรรมดา แต่ว่าพอถ่ายเรื่องนั้นจบเหมือนเราไม่พูด เหมือนเรากลายเป็นว่าติดนิสัยการเก็บแล้วคิดคนเดียว จนคนรอบข้างมาบอกว่าทำไมนิสัยเปลี่ยนไป ทำไมแปลก ๆ คุณแม่บอก ไม่ได้เป็นขั้นรุงแรง ?ญดา นริลญา : เข้าใจได้นะเพราะว่าจริง ๆ มันอาจจะมีบางฉากที่เข้าไปไปกระตุ้นความรู้สึกเขา ความทรงจำเขา หรือบาดแผลในใจเขา แล้วพอเราไปเปิดมันออกมาบางทีมันหยุดไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่แค่แสดงแล้วมันคือการเอาเรื่องจริงออกมา มันก็เลยไม่ควรทำ ตอนที่เล่นเป็นมิ้งในเรื่องร่างทรงมีอาการแบบนั้นไหม เพราะเรื่องนั้นน่าจะน่าจะหนักมาก ?ญดา นริลญา : หนักมากค่ะ เรื่องนั้นคือไม่รู้ตัวเลยดีกว่า คือคนรอบข้างบอกว่าเราเปลี่ยนไป แต่เรารู้สึกว่าเราปกติ คือเรารู้สึกว่าไม่ได้เป็นไร แต่ว่าคุณแม่บอกว่าแบบทำไมไปนั่งคนเดียวตรงนั้น อย่านั่งก้มหน้าแบบนั้น ชอบติดบุคลิกมา ตอนถ่ายเรื่องสืบสันดานที่เป็นเมดก็จะติดบุคลิกโดนหลังตรงเลย เรื่องร่างทรงลดน้ำหนักไปจนน้ำหนัก 38 ปกติหนักเท่าไหร่ ?ญดา นริลญา : ปกติตอนนั้นที่ก่อนเริ่มถ่ายคือหนัก 45 แล้วตอนที่ต้องลดน้ำหนักก็มีนักโภชนาการมาดูแล แล้วเขาก็วัดน้ำหนัก วัดมวลกล้ามเนื้อ แล้วก็เหมือนเขาคำนวณแล้วเขารู้สึกว่าถ้าเกิดลดจาก 45 ไป 35 เหมือนมันจะอันตราย หมายถึงว่ามันมีมวลของกระดูกไปด้วย แล้วเขารู้สึกว่าไม่อยากไปทำร้ายสุขภาพเรา เขาก็เลยให้เราเพิ่มน้ำหนักจาก 45 มา 48-49 แล้วเริ่มถ่ายตอนช่วงนั้น ตอนช่วงน้ำหนักเท่านั้นก่อน ช่วงแรกของเรื่อง แล้วก็ตอนหลังก็คือลดลงไปเป็น 38 ใน 1 เดือน กินน้อยมาก ๆ เลย เหมือนเขาจะส่งอาหารมาให้ตลอด มีนักโภชนาการดูแลแบบใกล้ชิด ก็ส่งเป็นอาหารแบบเก็บได้ 2-3 วัน 3 วันส่งที แล้วก็ทุก ๆ 3 วันอาหารจะถูกเปลี่ยนไปในแบบที่น้อยลงเรื่อย ๆ ช่วงนั้นมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?ญดา นริลญา : เยอะมากค่ะ sensitive ง่าย ผมร่วงเป็น 2 กำมือ มารู้สึกว่าร่วงจริง ๆ คือ 1 เดือนหลังจากลดไปแล้ว ตอนนั้นรู้สึกแค่นั้น เพราะว่ามันเบลอ ต้องประคองร่างไปถ่ายหนังด้วย เรียนมหาลัยด้วย ต้องสอบด้วย หิวมาก โมโหหิว เคยเป็นไทรอยด์จนถึงขั้นเป็นโรคแพนิคเลย ?ญดา นริลญา : ใช่ค่ะ เหมือนกับว่ามันจะเป็นหอบแล้วก็บวกกับไทรอยด์แล้วก็กลายเป็นแพนิค จริง ๆ น่าจะ 2 อย่างควบคู่กันด้วย เพราะว่าเหมือนหอบหืดทำให้เราหายใจได้ไม่สะดวก เวลาที่เราถูกกระตุ้นแล้วคือช่วงนั้นเราถูกกระตุ้นจริง ๆ เพราะเราออกกองถ่ายที่เราเจอ smoke แล้วมันกระตุ้นหนักมาก เป็นช่วงที่เข้าห้องฉุกเฉินบ่อยมาก เลิกกองหรือยังไม่ทันเลิกกองก็คือถูกหามเข้าห้องฉุกเฉิน เพราะมันเจอ smoke หนัก หลอดลมมันตีบมาก ๆ จนมีเสียงวี๊ดในปอด 2 ข้าง แล้วก็ตอนนั้นคือเรายังไม่รู้ว่าเราเป็นไทรอยด์ แต่ตอนนี้คือเรารู้แล้วว่ามันบวกกับอาการไทรอยด์ด้วย ตรงที่ว่าหัวใจเรามันเต้นเร็วมาก ๆ แล้วมันบวกกับตอนนั้นเราเจอกับเหตุการณ์ที่มันสะเทือนใจ กับการเหนื่อยจากการทำงานด้วย มันประดังประเดมากทับถมหนูมากจนอยู่ ๆ ก็กลายเป็นว่าอยู่ในที่สาธารณะแล้วร้องไห้ฮือออกมาเลยแบบโฮออกมาเลย เหมือนเป็นแพนิคออกมา เหมือนมันค่อย ๆ เริ่มจากมันมีอะไรไปกระตุ้นความรู้สึกเรา แล้วเราก็มีอาการหอบอยู่แล้วไทรอยด์อยู่แล้ว แล้วเราก็รู้สึกว่ามือสั่น คือตอนนั้นใจมันไปแล้ว แต่ว่าอาการทางร่างกายมันออกจากมือก่อน เหมือนมือสั่น ใจเต้นเร็ว หายใจติดขัดไม่สะดวก รู้สึกเลยว่าเหมือนที่มันแคบลง เหมือนภาพเราถูกบีบลงมา แล้วเหมือนเรากำลังจะถูกทับ หายใจไม่ได้ เหมือนกำลังจะตาย ทำยังไงตอนนั้น อยู่กลางงานคนเยอะ ๆ เลย ?ญดา นริลญา : อยู่ที่สาธารณะค่ะ วันนั้นไม่ใช่อีเว้นท์ วันนั้นเหมือนเสร็จจากงานแล้วไปกินข้าว แล้วโชคดีที่อยู่กับหมอเจี๊ยบ ลลนา พี่เจี๊ยบก็บอก เป็นไรป่าวเนี่ย ๆ แล้วคือสัญชาตญาณของแพทย์ เขาก็รีบพาเราออกไปอยู่ในที่โล่ง ที่อากาศถ่ายเท แล้วเขาก็แบบว่าใจเย็น ๆ นะ ค่อย ๆ หายใจเข้า หายใจออก แล้วพอเราถูกย้ายบรรยากาศจากอยู่ในอินดอร์มาเอาท์ดอร์มันก็รู้สึกว่ามันค่อย ๆ ดีขึ้น ในฐานะของดาราสาว มีโดนคอมเมนต์แบบจี๊ดใจบ้างไหม ?ญดา นริลญา : มีอยู่แล้ว ทุกเรื่องเลยมั้ง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ส่วนมากจะเป็นหน้าตานะ คือเหมือนตอนที่เราเล่นละครแล้วเราเล่นซีรียส์กับหนัง ทุกเรื่องแทบจะไม่ได้เมคอัพเลย คือเหมือนแต่งหน้าน้อยมาก ๆ แล้วก็เราไม่ได้ติดขนตาสวย ทาปาก ทำผมลอน เหมือนเราธรรมชาติมาก ๆ makeup no makeup ของแท้ แล้วทีนี้เหมือนก็จะมีคอมเมนต์ว่าหน้าสวยไม่พอนางเอก เหมือนหน้าไม่ถึงนางเอกเลยอะไรอย่างนี้ แล้วทำยังไง ?ญดา นริลญา : ก็ปล่อยผ่านค่ะ แต่คือถามว่ามันมากระทบใจเราไหม มันกระทบแน่นอน แล้วก็เหมือนเรารู้สึกว่าเราก็ตั้งใจทำงานนะ เราก็รู้สึกว่าเราอยากให้มันเป็นแบบนั้นดีแล้ว เพราะว่ามันจะได้ดูสมจริง คนดูจะได้เชื่อไปกับตัวละคร เหมือนเราฟินกับการแสดง แต่คือคนดูอาจจะคาดหวังให้มันเป็นภาพสวยงาม หนูเข้าใจนะ แต่ว่าเวลาที่เราเจอคอมเมนต์เชิงบวกใจเรามันก็ฟู แต่ว่าพอเราเจอคอมเมนต์เชิงลบมันเป็นปกติที่เราอาจจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราปรับปรุงดีไหม เราพัฒนาต่อไปดีไหม ประมาณนี้ สมัยก่อนเป็นเด็กผิวเข้ม หน้าตาไม่สวย ทำยังไงขอเคล็ดลับหน่อย ?ญดา นริลญา : เริ่มจากผิวข้างนอกก่อนค่ะ แบบว่าผิวกายก่อน แล้วก็เริ่มจากเริ่มเปลี่ยนอาหารการกิน ตอนเด็ก ๆ ชอบกินแต่น้ำอัดลมกับขนมกรุบกรอบ แล้วเหมือนกับว่าเราไม่ได้สนใจเรื่องออกแดดหรืออะไรอย่างนี้ เราก็เริ่มหันมาสนใจในเรื่องของการอยู่ในที่ร่มมากขึ้น เลี่ยงแดดนั่นแหละ พยายามไม่เอาตัวเองออกไปเจอแดดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าแสงแดดมันจะทำร้ายผิวเรามาก ๆ แล้วมันจะทำให้เรา Aging กินอาหารดีขึ้น จากน้ำอัดลมแล้วก็ขนมกรุบกรอบก็ไม่เลิกกินบ้าง แต่ว่าหันมากินน้ำผักผลไม้มากขึ้น คุณแม่ปั่นให้เอง เราต้องท่องไว้ว่าด่าไปเลย เราสวย เราไม่อ่าน เราปล่อยผ่าน ?ญดา นริลญา : จริงนะ แต่ว่าจริง ๆ กำลังใจสำคัญมาก คือถ้าเราไปจมปักอยู่กับคอมเมนต์พวกนั้น มันจะยิ่งทำให้เราเป็นไปตามที่เขาพูด เหมือนเขาพูดว่าเราเป็นแบบนั้นแบบนี้ ไม่ว่าจะเรื่องสวย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอื่น ๆ ด้วย ถ้าเกิดเราไปอินกับคำพูดเขามันจะเป็นไปตามนั้นเลย ตอนนี้เอาธรรมะมาฮีลใจเหรอ ?ญดา นริลญา : ฮีลใจไหมก็น่าจะใช่นะ จุดเริ่มต้นมาจากตอนนั้นเราอายุ 18 แล้วเราก็ถูกคุณแม่ส่งไปปฏิบัติธรรมตอนช่วงสิ้นปี เพราะว่าแม่ไม่อยากให้เป็นเด็กดื้อ ก็ไปตามคุณแม่ แต่คือตอนนั้นไม่ได้อินเลย แล้วพอเหมือนเราไปนั่งสมาธิวันแรกตอนที่เรานั่งก็รู้สึกเหมือนตามันยุบยิบ ๆ เหมือนเรามีมดไต่ คือมันต้องลืมตาให้ได้ เหมือนคนเรามันเคยลืมตาแล้วมันมานั่งหลับตานาน ๆ มันไม่ได้ เดี๋ยวคันตรงนู้นคันตรงนี้ มันต้องลืมตาให้ได้ แล้วพอเราก็อดทนไป พอวันที่ 2 วันที่ 3 เราจะชอบพูดเปรียบเทียบให้ฟัง เพราะมันเหมือนแก้วน้ำที่เหมือนกับว่าเราคนมันตลอดเวลา แล้วน้ำมันแกว่งอยู่ในนั้น แล้วมันมีตะกอนในนั้น แล้วพอเรานั่งสมาธิ มันทำให้น้ำที่อยู่ในแก้วมันนิ่ง มันใส แล้วตะกอนมันตกไปนอนพื้น ตอนนั้นรู้สึกว่าความสงบมันเป็นแบบนี้เอง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยสงบเลย เหมือนลูกลิงแบบลูกลี้ลูกลนซุกซนไปเรื่อย พอมันสงบมันเริ่มรู้สึกถึงความเบาสบาย แล้วก็เริ่มมีสติคิดได้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ คิดทันสติ มองภาพตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้าเป็นยังไง ?ญดา นริลญา : คิดภาพไม่ออกเลย เพราะว่าเอาจริง ๆ รู้สึกว่าเราโตทางด้านความคิดแล้วก็วุฒิภาวะมากกว่าอายุอยู่แล้ว คือไม่อยากจะคิดเลยว่า ณ วันนั้นกว่ามันจะไปถึงระหว่างทางเราจะเจออะไรบ้าง คือชีวิตเราแน่นอนว่าชีวิตทุกคนมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เราเจอปัญหาในทุก ๆ วัน แล้วแต่ละปัญหามันก็ทำให้เราโตขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไปอีก กลัวใจตัวเองมากว่าวันหนึ่งจะออกบวช (หัวเราะ) ล้อเล่น นึกขึ้นมามันผุดขึ้นมาคือเหมือนกลัวใจจริง ๆ ว่าวันนั้นกว่าเราจะมาถึง เราจะยังสามารถรักษาความเป็นเอเนอร์จี้สดใสแบบนี้อยู่ได้ไหม เพราะเหมือนเราเจอโลกมันโบยตีเราทุกวัน เรารู้สึกแบบนั้นนะ แต่คือมันจะดีถ้าสมมติว่าเรายังสามารถแบบฮีลใจตัวเองได้ต่อไปเรื่อย ๆ แล้วเราเจอคนรอบข้างที่เขามีเอนเนอร์จี้ดี ๆ มาช่วยเรา มาช่วยสนับสนุนเรา สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot , Youtube : Alive Dot , IG : alivedotlife, TikTok : alivedotlife อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ญดา รับร้องไห้หลังรู้เป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ เผยตรวจเจอเพราะนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ เปิดมาปีม้ารอดูผลงานใหม่ ญดา นริลญา โมเมนต์น่ารัก แทน-ญดา แฟนๆ แซวฟีลเหมือนพ่อแม่ลูกมาก
ข่าวบันเทิง • 21 ม.ค. 69
อ่าน
มีสติหน่อยคุณธีร์ Me and Thee ช่อง GMM25 (ตอนจบ) ปอนด์-ภูวินทร์ ชวนป่วนปนหวาน
เรื่องย่อ มีสติหน่อยคุณธีร์ Me and Thee ช่อง GMM25ทุกวันเสาร์ เวลา 20:30 น. เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายนนี้ นำแสดงโดย ปอนด์ ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ กับ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อช่างภาพรักสงบ ต้องสยบมาเฟียไร้สติ ความวุ่นวายของ 2 หนุ่มที่ต่างกันสุดขั้ว แต่โชคชะตาทำให้ต้องมาใกล้ชิดกันจนเกิดเป็นความรักสุดป่วนที่รับประกันความสนุกสุดฟินขั้นสุด ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25
เรื่องย่อละคร • 15 ม.ค. 69
อ่าน
Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.2 : "เจมส์-กาด" ติดอยู่ในสถานการณ์จุกอก
"Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.2" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เปิดศักราชใหม่ 2569 ด้วยสัญญาณหัวใจที่ดังขึ้นกว่าเดิม ที่ในอีพี 2 เตรียมพาแฟนซีรีส์เข้าสู่โหมดลุ้น เจ็บจี๊ดไปพร้อมกัน กับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างทริปต่างจังหวัด ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ทั้งสี่คนของ "จิมมี่ (เจมส์ เพรสคอท), โต๋ (กาด พลอยสุภา), เต๋ (เดวิด แมทธิว โรเบิร์ตส), ปลายฟ้า (แฟ้ม ตนุภัทร พ่วงสุวรรณ)" แบบไม่ทันตั้งตัว Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.2 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 8 เมื่อทริปที่ตั้งใจจะเป็นช่วงเวลาดี ๆ ของกลุ่มเพื่อน กลับเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของหัวใจ ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ ชัดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้เกินกว่าเหตุผลจะควบคุมได้ ความสัมพันธ์ที่เคยมั่นคงเริ่มสั่นไหว และเส้นบาง ๆ ของความรู้สึกเผลอใจอาจกลายเป็นเรื่องเห็นแก่ตัว ก็กำลังจะถูกมองข้ามโดยไม่รู้ตัว งานนี้ จิมมี่ (เจมส์ เพรสคอท) และ โต๋ (กาด พลอยสุภา) ต้องเผชิญกับอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย เมื่อความไว้ใจถูกท้าทาย ขณะที่อีกด้าน เต๋ (เดวิด แมทธิว) และ ปลายฟ้า (แฟ้ม ตนุภัทร) กำลังดึงคนดูเข้าสู่เกมความรู้สึก ทั้งหวั่นไหวและชวนตั้งคำถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเผลอใจหรือ ความตั้งใจตั้งแต่แรก เบื้องหลังฉากสำคัญในอีพีนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งฉากสำคัญที่ 4 นักแสดงอย่าง เจมส์ กาด แมทธิว แฟ้ม ต้องทุ่มพลังการแสดงอย่างหนัก เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่ซับซ้อนของตัวละคร ผ่านสายตา อารมณ์ และบรรยากาศที่ชวนให้คนดูต้องกลั้นหายใจ โดยเฉพาะเส้นความสัมพันธ์ที่ยังไม่ถูกพูดออกมา แต่กลับชัดเจนในความรู้สึก งานนี้แอบกระซิบแฟนซีรีส์ว่า อีพีนี้จะทำให้คำว่า "มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง" เริ่มชัดขึ้นในหัวใจคนดู และอาจทำให้คุณอยากย้อนกลับไปทบทวนทุกสัญญาณที่เคยมองข้ามจากอีพีแรกอีกครั้งก็เป็นได้ ห้ามพลาดชมใน ซีรีส์ "Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง" อีพี 2 วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม นี้ เวลา 22.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.1 : "เจมส์" เปียกน้ำทำ "กาด" ใจบาง ด้าน "แมทธิว" เตือนระวังหัวใจพี่ชายจะไม่ปลอดภัย! "เจมส์กาดแฟ้มแมทธิว" พร้อมลงจอ ในซีรีส์ "Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง" EPแรก เริ่ม 28 ธันวาคมนี้ เปิดตัวเทรลเลอร์ซีรีส์ "Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง" ความรักที่มาพร้อมคำเตือนของหัวใจ!
ข่าวละคร • 2 ม.ค. 69
ดู
กอด
ทรูวิชั่นส์ • 26 ธ.ค. 68
อ่าน
ดูอนิเมะ สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก ซีซัน 2 EP.12 ตอนจบ ปิดท้ายเมนูใหม่จัดเต็ม!
ดูอนิเมะออนไลน์ Campfire Cooking in Another World With my Absurd SkillSeason 2 สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก ภาค 2 ตอนที่ 24 ตอนจบ (ซีซัน 2 ตอนที่ 12) เมื่อมุโคดะเดินทางมาถึงเมืองริมชายฝั่งเขาต้องรับภารกิจด่วนในการปราบคราเคนอสูรกายยักษ์ที่อาละวาดกลางท้องทะเลจนเหล่าชาวประมงไม่สามารถออกหาปลาได้ ทว่าการออกไปกลางสมุทรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มุโคดะจึงต้องขอแรงซุยให้ช่วยเป็นพาหนะชั่วคราว แต่การเผชิญหน้าครั้งนี้กลับไม่ได้มีแค่คราเคน เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับสูงที่โผล่มาเซอร์ไพรส์แบบไม่ทันตั้งตัว แต่ด้วยพลังของเหล่าสัตว์อสูรคู่ใจทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่ายดายไปซะหมด เมื่อพายุสงบลงก็ถึงเวลาเปลี่ยนอสูรร้ายให้กลายเป็นเมนูคราเคนแสนอร่อยที่ทุกคนรอคอย สามารถติดตามอนิเมะ สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก ซีซัน 2 อัปเดตตอนจบวันอังคารนี้ เวลาประมาณ 23.30 น. ที่ ทรูไอดี กดดูเลย สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก ภาค 2 ตอนที่ 12 ตอนจบ เรื่องราวในตอนที่ 24 เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดส่อง มุโคดะตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังตลาดเช้าในเมือง ซึ่งบัดนี้กลับมาคึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากการปราบคราเคนสิ้นสุดลง ท่ามกลางกลิ่นหอมหวนของปลาอวบอ้วนที่ย่างบนเตาถ่าน และแผงขายกับข้าวสำเร็จรูปละลานตา มุโคดะที่เพิ่งได้วัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่มาไว้ในครอบครอง ก็เริ่มเผยยิ้มออกมาเพราะในหัวของเขานั้นมีเมนูเด็ดบางอย่างผุดขึ้นมาเสียแล้ว!
Anime • 23 ธ.ค. 68
อ่าน
"ลีน่า-หมิว" ปิดโรงส่งท้ายซีรีส์ ใน "รักสุดท้าย My Safe Zone Final Episode" สุดใกล้ชิด!
ตอบรับกระแสความแรงไม่หยุด! กับซีรีส์แซฟฟิกแห่งปี รักสุดท้าย My Safe Zone The Series ส่งท้ายความปังด้วยอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดโรงภาพยนตร์ชวนแฟนคลับมาร่วมฟินในโมเมนต์สุดพิเศษในงาน รักสุดท้าย My Safe Zone Final Episode ณ Cinema 15, SF World Cinema, Central World ชมตอนจบแบบใกล้ชิดติดจอไปกับสองนักแสดงนำ ลีน่า ลลินา - หมิว ณัชชา ที่มาพร้อมเสียงกรี๊ดและพลังเชียร์กระหึ่มตลอดงานตอกย้ำกระแสความปังของทั้งคู่ที่มีแฟน ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศให้การตอบรับดีเกินคาด รักสุดท้าย My Safe Zone Final Episode ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD โดยบรรยากาศก่อนเริ่มงานเหล่าแฟนคลับพร้อมใจรวมตัวโชว์พลังรักจัดซุ้มดอกไม้แสนสวยมอบให้ ลีน่า - หมิว ขณะที่ก่อนเริ่มงานก็มีแจกปฏิทินช่อง 3 ให้แฟน ๆ ที่มาร่วมงานได้เก็บเป็นที่ระลึก ก่อนจะพาเข้าสู่บรรยากาศภายในงานอย่างเต็มรูปแบบด้วยพิธีกรในงาน สายฝน ชีช้าง ซึ่งอบอวลไปด้วยมวลความสุขคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มแน่นทุกที่นั่ง เริ่มความฟินแบบเต็มพิกัดด้วยโชว์เปิดกับเพลง แนะนําให้เป็นแฟนเรา และทักทายแฟน ๆ เรียกเสียงกรี๊ดลั่นโรง ก่อนเปิดใจพูดถึงซีรีส์ที่เดินทางมาถึงตอนสุดท้าย ความผูกพันที่ได้ร่วมงานกับทีมนักแสดง อีกทั้งแฟน ๆได้เขียน Note Safe ถึงอลินและเจน ให้สองสาวได้ร่วมพูดคุยบนเวทีเพิ่มดีกรีความอบอุ่นหัวใจ ก่อนจะพาไปฟินกันต่อกับกิจกรรมสุดฮา Role Play รักสุดท้าย My Safe Zone โดยทั้งคู่จะต้องเลือกซีนในซีรีส์มาสลับบทบาทเล่นเป็นกันและกัน ทำเอาแฟน ๆ ฟินจนแทบสลบ และต่อด้วยช่วงสุ่มผู้โชคดีขึ้นมาร่วมแสดงซีนในซีรีส์ ทำเอาทั้งฮอลล์เหยินหาคลินิกหมอฟันใกล้ฉันแทบไม่ทัน ต่อด้วยเกม ซัมซัมซัม หาผู้ชนะที่ไม่หันหน้าไปทางเดียวกับที่สองสาวบอ ก่อนลีน่าหมิวจะร้องเพลง รักแล้วไม่รู้ (ดีกว่ารู้แล้วไม่รัก) + ที่ปลอดภัยใกล้ฉัน และไปนั่งดูซีรีส์ตอนจบพร้อมกัน ปิดท้ายคํ่าคืนพิเศษนี้ด้วยบทเพลง รักนานๆ พร้อมมอบดอกไม้แทนคำขอบคุณกลายเป็นโมเมนต์อบอุ่นน่ารักตลอดจนจบงาน และสำหรับใครที่พลาดชมรอบพิเศษในครั้งนี้ก็ไม่ต้องเสียใจไป สามารถตามไปรับชมและให้กำลังใจ ลีน่า-หมิว ย้อนหลังได้ทางออนไลน์ที่ 3Plus ในซีรีส์ รักสุดท้าย My Safe Zone The Series อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ รักสุดท้าย My Safe Zone The Series ช่อง 3HD (ตอนล่าสุด)
ข่าวละคร • 13 ธ.ค. 68
อ่าน
รักสุดท้าย My Safe Zone The Series EP.7 : "ลีน่า-หมิว" งานเข้า แฟนเก่าโผล่กลางทริปแฟน ๆ โค้งสุดท้ายสุดปัง
รักสุดท้าย My Safe Zone The Series EP.7 : ทำเอาแฟนละครต้องลุ้นตัวเกร็งกันอีกครั้งกับซีรีส์ รักสุดท้าย My Safe Zone The Series ทางช่อง 3 เมื่อจู่ ๆ เกด (ผักไผ่ ภาริน) โผล่มาขัดจังหวะโมเมนต์หวานสองต่อสองของ อลิน (ลีน่า ลลินา) กับ เจน (หมิว ณัชชา) ในทริปพักใจ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวงานดราม่าก็ปะทุทันที เมื่อเกดเกิดอุบัติเหตุตกน้ำต่อหน้าทั้งคู่ ทำให้อลินต้องรีบพาเกดไปดูอาการทิ้งให้เจนต้องกลืนความน้อยใจเอาไว้แบบไม่มีทางเลือก รักสุดท้าย My Safe Zone The Series EP.7 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD ด้านเบื้องหลังซีนนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดาโดยเฉพาะ หมิว ที่ต้องถ่ายฉากกลางลำธารในช่วงแสงน้อย ทั้งที่เจ้าตัวกลัวความมืดอย่างหนัก แต่ยังฮึบลุยฉากที่ต้องเดินไปในน้ำทั้งที่แทบมองไม่เห็นสิ่งใต้น้ำ โชคดีได้ ลีน่า คอยอยู่เป็นเพื่อนและชวนคุยให้ลืมความกลัวตลอดการถ่ายทำ ส่วน ผักไผ่ ที่รับบทตัวโดนก็ทุ่มสุดตัวไม่แพ้กัน เพราะไหนจะต้องร้องไห้ ไหนจะบทพูดที่ยาว แถมยังต้องมาตกน้ำอีก เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของผู้หญิงที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อแย่งอลินกลับมาเป็นของตัวเองเรียกได้ว่าเป็นอีกตอนที่เข้มข้นทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง จนต้องเตรียมยาแก้ปวดหัวไว้ให้อลินได้เลย เพราะงานนี้ทั้งแฟนเก่าที่เกือบได้แต่งงาน และแฟนปัจจุบันที่อยู่เคียงข้างมาตลอด มาปะทะกันแบบไม่มีใครยอมใคร เรื่องราวครั้งนี้จะจบลงยังไงเอาใจช่วยไปพร้อมกัน รักสุดท้าย My Safe Zone The Series วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 เวลา 20.30 น.ทางช่อง 3HD อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ รักสุดท้าย My Safe Zone The Series ช่อง 3HD (ตอนล่าสุด)
ข่าวละคร • 4 ธ.ค. 68
ดูเพิ่มเติม